ครูพละพาลงสระ 1
ครูพละพาลงสระ 1 ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของการสอนว่ายน้ำ แต่คือเรื่องเล่าจากขอบสระที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ความกลัว และความเข้าใจผิดเล็ก ๆ ระหว่างเด็ก พ่อแม่ และครู
ตลอดกว่า 20 ปีในสระว่ายน้ำ ครูได้เรียนรู้ว่า เด็กจะว่ายน้ำได้ดีขึ้น เมื่อผู้ใหญ่ค่อย ๆ ปล่อยมือ และเชื่อใจทั้งลูกและครูมากขึ้น เรื่องราวตอนนี้คือหนึ่งในความจริงจากสนาม ที่ไม่มีสอนอยู่ในตำรา

ครูพละพาลงสระ 1
ฉันเป็นครูสอนว่ายน้ำมาเป็นเวลาเกือบ 20 ปี
ตลอด 20 ปีในสระว่ายน้ำ ฉันเจอทั้งเสียงหัวเราะ น้ำตา ความกลัว ความกล้า
และคำถามชวนปวดหัวจากผู้ปกครองมากกว่าที่หลายคนคิด
ฉันสอนมาหมดแล้ว ตั้งแต่เด็กเล็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ไปจนถึงรุ่นใหญ่
พูดกันตามตรงนะ… ผู้ใหญ่กับรุ่นใหญ่นี่สบายสุด
ครูบอกอะไรก็ฟัง สั่งว่าย 5 รอบ ก็ว่าย เตะขา 10 รอบ ก็ทำครบ
ไม่เคยโกงครูเลยสักคน เพราะส่วนใหญ่ “เกรงใจครู”
วัยรุ่นก็ยังถือว่าโอเค
เหนื่อยก็อู้บ้าง พอครูบ่นก็กัดฟันว่ายต่อ
แอบเม้าส์ครูบ้างตามประสา แต่โดยรวมไม่มีปัญหาอะไร
ปัญหาหนักสุดของการสอนว่ายน้ำ ไม่ใช่เด็ก… แต่อยู่ที่ผู้ปกครอง

คำถามยอดฮิต เมื่อไหร่ลูกจะดำน้ำได้
อย่าหาว่าครูเม้ามอยเลยนะ
บางคนพาลูกมาเรียนว่ายน้ำ ลูกอายุ 3 ขวบครึ่ง
มาเรียนครั้งที่ 1 แล้วหายไป 2 สัปดาห์
มาเรียนครั้งที่ 2 แล้วหายไปอีก 2 สัปดาห์
แล้วกลับมาถามครูว่า
“เมื่อไหร่ลูกจะดำน้ำได้ เตะขาเป็น”
โอ๊ยยย!!
คำถามนี้ครูได้ยินบ่อยมาก จนบางทีก็ไม่รู้จะตอบด้วยรอยยิ้มหรือถอนหายใจดี
เอาตรงไหนมาฝึกให้ชำนาญ ในเมื่อ ความต่อเนื่องมันไม่มีเลย
ปกติครูสอนเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์
เด็ก ๆ ที่มาเรียนต่อเนื่อง พอผ่านไปประมาณ 4 สัปดาห์
ก็สามารถดำน้ำ จับโฟม และเตะขาเองได้แล้ว
เพราะจริง ๆ แล้ว เด็กส่วนใหญ่ ชอบเล่นน้ำ
มีแค่ส่วนน้อยมาก ๆ ที่กลัวน้ำจริง ๆ
การที่เด็กกลัวน้ำ เกิดได้จากหลายสาเหตุ
อาจไม่ชอบส่วนตัว
อาจเคยสำลักน้ำตอนสระผม
หรือเคยจมน้ำ สำลักน้ำจากสระมาก่อน
ถ้ามาเรียนกับครู ต้องพูดความจริงนะ
ว่าเด็กกลัวน้ำเพราะอะไร
ครูไม่ได้จะตำหนิใคร แต่อยากเข้าใจเด็กให้ตรงจุดที่สุด
เพราะเราจะได้แก้ “ปมในใจ” ของเด็กได้ถูกทาง
ครูแต่ละคนมีวิธีพูด วิธีคุย วิธีเกลี้ยกล่อมไม่เหมือนกัน
หน้าที่ของครูคือค่อย ๆ พาเด็กลงน้ำอย่างปลอดภัย
หน้าที่ของพ่อแม่คือ… อย่านั่งตัดสินใจแทนลูก
พ่อ–แม่นั่งอยู่ขอบสระ
อย่าเพิ่งคิดแทนลูกว่า “ลูกหนาว ลูกเหนื่อย ลูกหิว”
ถามลูกตัวเองก่อน
บางครั้งความหวังดี อาจกลายเป็นแรงกดดันโดยไม่รู้ตัว
เด็กบางคนหนาวจนปากเขียว ปากม่วง
แต่แม่ก็ยังไม่ยอมให้ขึ้น ต้องว่ายให้ครบเวลา
คือ 1 ชั่วโมงครึ่ง ทั้ง ๆ ที่อากาศเย็นมาก
ตัวครูเองยังใส่ชุดกันหนาว ผ้าหนา 3 mm. เลยนะ
ทั้งที่จริง ๆ แล้วครูเป็นคนขี้หนาว เป็นภูมิแพ้อากาศ
วันไหนรู้สึกหนาวจริง ก็ต้องใส่เสื้อผ้าหนาทับอีกชั้น
คนขี้หนาว แต่เป็นครูสอนว่ายน้ำ ก็ต้องเตรียมตัวให้ดีหน่อย

เด็ก ๆ น่ะ หลอกง่ายจะตาย
ให้ทำอะไรก็ทำ
พ่อแม่ลองชมบ่อย ๆ ดูสิ
เด็กบ้ายอกันทั้งนั้น
คำชมเล็ก ๆ จากพ่อแม่ มีพลังมากกว่าที่คิด
นั่งขอบสระ อย่าดูแต่มือถือ
ดูหน้าลูกตัวเองบ้าง
ถ่ายคลิป ถ่ายรูป เก็บไว้เป็นความทรงจำ
วันหนึ่งเค้าจะจำได้ว่า
“อุ๊ย… ครูคนนี้ไง ที่สอนให้หนูว่ายน้ำเป็น”
พ่อแม่ไม่ต้องช่วยลูกเยอะเกินไป
เด็กบางคนกลัว เลยหาข้ออ้าง
ปรับแว่น ใส่หมวก ถอดหมวก อยู่อย่างนั้นทั้งชั่วโมง
พ่อแม่ก็เออออตาม
ถอด ๆ ใส่ ๆ จนหมดเวลา
ครูก็หงุดหงิด ไม่ได้เรียนซะที
จ่ายเงินมาเรียนแล้ว ต้องได้เรียนนะ
พ่อแม่ต้องดูให้ออก
อาการแบบนี้คือ ความกลัวและความไม่มั่นใจของเด็ก
พูดดี ๆ กับเค้า แล้วปล่อยให้ครูจัดการ
ครูเค้าปรับให้เองได้
ไม่ใช่ไม่ปล่อยให้ครูทำงาน
แล้วมาถามทีหลังว่า “จ้างครูมาทำไม”
เงินก็อยากได้นะ แต่สอนแบบนี้มันไม่คุ้มค่าจ้างจริง ๆ
อย่าดราม่าครูเลย
เหตุการณ์แบบนี้เกิดน้อยมาก น้อยสุด ๆ
ส่วนใหญ่ที่เจอคือพ่อแม่ใจดี น่ารัก
มาปูเสื่อรอครูกันเลยทีเดียว

ความสุขของครู คือเด็กไม่กลัวน้ำ
เด็ก ๆ ก็ตั้งใจเรียน
อู้บ้าง บ่นบ้าง แต่ก็เรียน
มีความสุขที่ได้ลงน้ำ
มีความสุขที่ได้เล่นน้ำด้วยกัน
กระโดดน้ำด้วยกัน ดำน้ำด้วยกัน
และนั่นแหละ…
คือความสุขของครู
เด็กไม่กลัวน้ำ
เล่นน้ำได้
ว่ายน้ำเป็น
คือเหตุผลที่ครูพละยังยืนอยู่ขอบสระมาจนถึงวันนี้

