Latest

พลายศักดิ์สุรินทร์

พลายศักดิ์สุรินทร์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ มุทุราชา (Mutu Raja – The King of Pearls) คือช้างไทยผู้มีเรื่องราวชีวิตยาวไกลและน่าจดจำ

เขาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศศรีลังกานานกว่า 21 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 ในฐานะหนึ่งในช้างไทยสามเชือกที่ประเทศไทยมอบให้ เพื่อทำหน้าที่เป็น ทูตสันถวไมตรี ระหว่างสองประเทศ

ช้างทั้งสามเชือกถูกอัญเชิญไปเพื่อร่วมพิธีสำคัญของศรีลังกา คือการแห่พระบรมสารีริกธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือที่คนไทยคุ้นเคยกันในชื่อ พิธีอัญเชิญพระเขี้ยวแก้ว ซึ่งเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ประจำปี

การเดินทางกลับบ้านของพลายศักดิ์สุรินทร์

หลังจากใช้ชีวิตและทำงานหนักอยู่ในศรีลังกาเป็นเวลานาน สุขภาพของ พลายศักดิ์สุรินทร์ เริ่มทรุดโทรมลงอย่างเห็นได้ชัด เขามีอาการเจ็บป่วยเรื้อรังหลายประการ เช่น

  • ร่างกายอ่อนแอ ผอมโซ
  • ขาหน้าซ้ายผิดรูป ไม่สามารถงอได้ (อาการที่น่ากังวลที่สุด)
  • มีแผลฝีหนองตามร่างกาย
  • ตาขวาเป็นต้อกระจก
  • ไตทำงานผิดปกติ และมีโปรตีนในปัสสาวะสูง

อาการเหล่านี้ล้วนเป็นผลมาจากการทำงานหนักติดต่อกันเป็นเวลานาน ด้วยเหตุนี้ พลายศักดิ์สุรินทร์จึงถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเพื่อเข้ารับการรักษาอย่างจริงจัง

โดยใช้ เครื่องบินขนส่งพิเศษ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2566 ซึ่งก่อนจะขึ้นเครื่องได้ มีการซักซ้อมขั้นตอนหลายรอบ เพื่อความปลอดภัยของช้างอย่างสูงสุด

เมื่อมุทุราชากลับมาถึงประเทศไทย เขาได้เข้ารับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์ ณ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง

หรือที่รู้จักกันในชื่อ โรงพยาบาลช้าง ภายใต้การดูแลของ สถาบันคชบาลแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์ฯ ที่นี่ มุทุราชาได้ใช้ชีวิตอย่างที่ควรจะเป็นอีกครั้ง

  • ได้กินหญ้าและอาหารที่มีคุณภาพ
  • ไม่ต้องทำงานหนักอีกต่อไป
  • ได้รับการรักษาอาการบาดเจ็บและโรคต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง
  • มีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและปลอดภัย

เวลาผ่านไปกว่า 2 ปี ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด น.สพ.ดร.ทวีโภค อังควานิช หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ หมอต้อม สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านช้างและสัตว์ป่า

ได้ให้ข้อมูลว่า มุทุราชามีอาการดีขึ้นอย่างมาก ทั้งในเรื่องการกิน การอยู่อาศัย และการใช้ชีวิตร่วมกับควาญช้างอาการบาดเจ็บที่ขาหน้าซ้าย

ซึ่งเคยเหยียดตึงและไม่สามารถงอได้ ปัจจุบัน สามารถงอได้ตามปกติแล้ว โดยมีการทำกายภาพบำบัดทุกวัน อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตเล็กน้อยที่น่ารักและน่าเอ็นดู คือ

มุทุราชาจะยอมงอขา ต่อเมื่อมีควาญช้างอยู่ด้วยเท่านั้น

หากควาญไม่อยู่ใกล้ ๆ เขามักจะเดินขาเหยียดตึงเหมือนเดิม ซึ่งไม่ใช่อาการเจ็บป่วย แต่เป็นความเคยชิน เพราะเขาเดินท่านี้มานานกว่า 12 ปี ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มบาดเจ็บ

ดังนั้น หากใครไปเยี่ยมแล้วเห็นมุทุราชาเดินขาแข็ง ๆ ไม่จำเป็นต้องตกใจ เพราะเมื่อควาญช้างอยู่ใกล้ เขาสามารถงอขาและเดินได้ตามปกติแล้ว

หลังกลับมาอยู่เมืองไทย หลายคนสังเกตว่างาของมุทุราชา ยาวและใหญ่ขึ้นมาก จนเกิดคำถามว่า งาหนักเกินไปหรือไม่ จำเป็นต้องตัดให้สั้นลงหรือเปล่า

ปัจจุบัน เรื่องนี้อยู่ระหว่างการประเมินอย่างรอบด้าน โดยพิจารณาจากหลายปัจจัย ทั้งด้านสุขภาพ การใช้ชีวิตจริงของช้าง รวมไปถึง ความเชื่อตามตำราโบราณ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและต้องใช้ความรอบคอบสูง

Four elephant trunks reaching for fruit with heart stickers, symbolizing care and kindness, พลายศักดิ์สุรินทร์

มุทุราชา ในสายตาผู้เล่า

ในฐานะแอดมินผู้เล่าเรื่อง ฉันไม่เคยมีโอกาสไปเยี่ยมมุทุราชาด้วยตัวเอง ได้เพียงเฝ้าติดตามข่าวสารและอัปเดตผ่านโซเชียลมีเดียอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ

ภาพแรกที่เห็นเมื่อมุทุราชากลับถึงเมืองไทย คือความสง่างามของช้างที่มีงายาวสมบูรณ์มาก แต่ขณะเดียวกันก็อดหดหู่ใจไม่ได้กับบาดแผลและท่าทางการเดินที่ไม่ปกติในวันนั้น

มุทุราชาเป็นช้างอารมณ์ดีมาก วันแรก ๆ ก็ร้องขอกินกล้วยจากควาญทันที ถึงแม้จะยังฟังภาษาไทยไม่ค่อยรู้เรื่องก็ตาม

ควาญช้างหลักที่ดูแลเขาคือ ควาญปลิว และ ควาญนุ๊ก รวมถึงสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่อีกหลายคนที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

ปัจจุบัน เวลาผ่านไปกว่า 2 ปี มุทุราชาสามารถฟังภาษาไทยออกแล้ว และตอบสนองต่อคำสั่งด้วยเสียงสดใสอยู่เสมอ

เขาได้กินอิ่ม ได้นอนหลับในที่พักที่ดี ได้เดินเล่น อาบแดด รับการรักษา และกลายเป็นที่รักของใครหลายคน รวมถึงตัวฉันเองด้วย

แม้ตอนนี้มุทุราชาจะมีอายุ 32 ปี แล้ว แต่เขายังทำตัวเหมือนเด็กน้อย ชอบอ้อนควาญ ขอกินกล้วย กินหญ้า หากควาญปลิวหายไปนาน ๆ ก็จะส่งเสียงเรียก

เวลาเดินกลับที่พัก ต้องให้ควาญจับหางไว้ตลอด ราวกับกลัวว่าจะพลัดหลงกัน ใช่คำว่า เอ็นดู ได้เปลืองมาก สมฉายา พี่ธุ 3 ขวบ จริง ๆ

Illustration of a Thai blogger standing with Muturaja the elephant and his mahout in Lampang, Thailand

มาเยี่ยม พลายศักดิ์สุรินทร์ ณ ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย

พี่ธุนั้นเป็นขวัญใจของใครต่อใครหลายคน มีแม่ ๆ Fc ช่วยกันเลี้ยงดูผ่านทางโซลเชียลเป็นแสน ๆ คน แต่สำหรับใครที่อยากมาเยี่ยมพี่ธุล่ะก็ เชิญได้ที่

ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย บ้านทุ่งเกวียน ตำบลเวียงตาล อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง ที่นี่คือบ้านของช้างไทย โดยเฉพาะช้างที่มีอายุมากหรือเจ็บป่วย

และเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวที่อยากเรียนรู้และสัมผัสประสบการณ์ใกล้ชิดกับช้างอย่างเหมาะสม ใครรักช้างบอกเลยว่า ถูกใจสิ่งนี้

กิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว ได้แก่

  • การแสดงช้าง
  • การให้อาหารช้าง
  • การนั่งช้างชมธรรมชาติ
  • เรียนรู้การดูแลช้าง
  • อาบน้ำช้าง
  • ที่พักแบบโฮมสเตย์

ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่แห่งการดูแล ความเข้าใจ และความผูกพันระหว่างคนกับช้างอย่างแท้จริง ไปลองซักครั้งในชีวิตได้นะ