นมัสการรอยพระบาท ณ เขาคิชฌกูฏ

เดินทางไปแสวงบุญกับเพื่อน นมัสการรอยพระบาท (เขาคิชฌกูฏ ตอนที่2)

หลังจากที่เราได้หาข้อมูลในระดับหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของตำนาน ความเชื่อ การปฏิบัติตัวในการขึ้นเขา รวมไปถึงในเรื่องของค่ารถขึ้นเขา แต่ต้องตัดสินใจว่า

จะขึ้นรถที่วัดเขากระทิง หรือขึ้นรถที่วัดพลวง จึงปรึกษาเพื่อน ๆ ที่จะไปด้วยกัน กับพี่คนขับรถตู้ด้วย เพราะพี่แกเคยไปส่งลูกค้าบ่อย ๆ แกต้องรู้ดีที่สุดในกลุ่มนี่แหละ

สรุปแล้วพวกเราตัดสินใจ ที่จะให้รถตู้ไปจอดรอที่วัดพลวง ด้วยความที่พี่คนขับรถแกให้ข้อมูล มาว่าทางนี้คึกคัก อาหารการกิน ห้องน้ำ มีพร้อม รวมไปถึงมีเสื่อ เก้าอี้ผ้าใบให้เราเช่า

ซึ่งวันที่เราจะไป คือ วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 2558 เรื่องเล่านี้ผ่านมานานแล้วนะ แต่อุมาอยากนำประสบการณ์ มาเล่าให้ฟัง เผื่อคนที่อยากจะไปแสวงบุญ นมัสการรอยพระบาท

จะได้เตรียมตัวได้ถูก เราน่าจะไปถึงประมาณเที่ยงคืน เดินทางไม่น่าจะเกิน 6 ชั่วโมง ไปฟ้าสาง ตอนกำลังที่จะเดินขึ้นเขาคิชฌกูฏแน่นอน โดยในหัวเราคิดถึง โปรแกรม

ที่จะไป หลังจากลงเขามาแล้ว เราหาข้อมูลรวมไปถึงถามอาเฮียที่เป็นคนจังหวัดจันทบุรี แนะนำว่า ที่เที่ยวในจันทบุรี จะมีทะเล มีน้ำตก ที่เป็นจุดเด่น ให้เลือกกันก่อน

เรากับเพื่อน ๆ เป็นคนกรุงเทพ ฉะนั้น ไปหัวหิน ชะอำ บ่อยมาก เสียงส่วนใหญ่จึงบอกว่า อยากไปเล่นน้ำตก เราเลยต้องทำการบ้าน หาข้อมูลก่อน สรุปคือว่าไปน้ำตก

น้ำตกกระทิง น้ำตกคลองช้างเซ และน้ำตกคลองไพบูลย์ พี่รถตู้แกบอกว่า ผมเสนอ น้ำตกกระทิง ตัวน้ำตกสวย มีหลายชั้นแล้วมีที่ให้เล่นน้ำด้วย ห่างจากเขาคิชฌกูฏแค่ 100 เมตร

ที่น่าสนใจที่สุด คือ น้ำตกกระทิง ซึ่งห่างจากตัวอุทยานแค่ 100 เมตร เท่านั้น ทุกคนเตรียมตัวที่จะไปเล่นน้ำตกกัน เราก็หาข้อมูลในเรื่องการแต่งตัว ที่จะไปขึ้นเขา

นมัสการรอยพระบาท อย่างที่เจ๊เล่าให้ฟัง ตามเรื่องเล่า ถ้าแต่งตัวไม่ถูกต้อง ก็อาจจะไม่ดี

บริการรถตู้

สิ่งที่เราคิดอยู่ในหัว คือ กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ แล้วเสื้อยืด แต่น้อง ๆ บางคนบอกว่า น่าจะเป็นสีขาวนะพี่ เหมือนเวลาเราไปเข้าวัด ไปถือศีล เอาเป็นว่า แล้วแต่ที่มีดีที่สุด

แต่ขอให้แต่งตัวให้เรียบร้อยที่สุด น่าจะดีกว่า รองเท้าก็อยากให้ใส่เป็นรองเท้าที่เดินถนัด เพราะเราต้องขึ้นเขา แล้วเอารองเท้าแตะ ติดไปเปลี่ยนด้วย แล้วอย่าลืมพวกยาดม

ยาหม่องเผื่อเวลาเมารถ พรุ่งนี้ทำงานเสร็จ เจอกัน 18:30 น. รอรถตู้รถมารับ รถตู้มาไวเชียว ยังไม่ทันจะ 6 โมงเย็นเลย รถตู้มาเปิดประตูรอ ให้ขนของขึ้นรถได้ทันที

พร้อมแล้วก็ไปแสวงบุญที่เขาคิชฌกูฏกันเถอะ รถตู้ของพวกเรา มุ่งหน้าโดยใช้ถนนสุขุมวิท แต่กว่าจะหลุดออกจากกรุงเทพไปได้ รถติดเหลือเกิน ติดจนหลับแล้ว หลับอีก

ตื่นมายังไม่ได้ไปไหนไกลเลย รถติดมาก แค่ผ่านชลบุรีไป ก้นเริ่มเมื่อยละ หลับกันตลอดทาง รู้สึกตัวอีกที พี่คนขับรถเปิดไฟสว่างไปทั้งคัน แกบอกว่า ตื่นมาดูวัดกระทิงเร็ว

ดูคนรอขึ้นรถเพียบเลย แล้วที่วัดพลวงจะขนาดไหนนี่ คนเยอะจริงนะ เห็นเลยว่านั่ง ๆ นอน ๆ กันเต็มลานวัดกระทิง พอเราไปถึงลานที่จอดรถวัดพลวง เห็นไฟสว่าง ๆ

แสวงบุญ กัน

รถจอดปุ๊บ รีบเปิดประตูลงมา ด้วยความตื่นเต้น ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณห้าทุ่มครึ่ง มองซ้าย มองขวา หาคิวรถสองแถวที่จะขึ้นไปไหว้พระบาท ปัญหาของเราคือว่า

เราได้โทรจองตั๋วที่จะขึ้นรถสองแถว ไว้เรียบร้อยแล้ว พอเรามาต่อคิว เบอร์ที่จองไว้ ดันถูกเรียกผ่านไปแล้ว เรา 10 คน ต้องมายืนฝันสลาย อุส่าคิดว่าไม่ต้องรอคิวนาน

เราไปยืนรอประมาณ 2 ชั่วโมงได้ ตี 2 พอดิบ พอดี  เราถึงได้ขึ้นรถ คนเยอะมาก Amazing ไม่เคยเห็นคนเยอะขนาดนี้ คนเป็นหมื่น พอก้าวเท้าขึ้นรถครบ 10 ชีวิตแล้ว

แค่รถเข้าเกียร์พร้อมออก อุมาตื่นเต้นเหมือนเด็กได้ออกค่ายพักแรม ประมาณนั้นเลย รถกระบะตีโค้งผ่านหน้าคนเป็นหมื่น เข้าสู่เส้นทางที่จะไปสู่วัด รถผ่านถนนไปไหน

ต่อไหนไม่รู้ได้ ทุกอย่างมันมืด มองไม่เห็นอะไร เห็นได้่แค่ข้างหน้าที่ไฟรถมันส่องไปถึง ทางเป็นถนนลูกรัง เป็นถนนดินแดง เป็นทางเล็ก ๆ ทางแคบ ๆ ทางขรุขระ

แถมด้วยหลุม บ่อ เนิน ทางชันขึ้นเขา ลงเขา เฮ้ย ! นี่เรากำลังจะเดินทางเข้าป่า แล้วเป็นป่าที่มีเรื่องเล่าหลายอย่าง ทั้งความเฮี้ยน ความขลัง ความเป็นตำนาน เส้นทางที่นี่

ลุ้นทุกโค้ง หายใจไม่เคยทั่วท้อง พอรถลงเขาหรือตีโค้ง หรือขึ้นไปค้างทางชัน ๆ ใจตกไปตาตุ่ม รถมาจอดตรงลานสิวลี พอลงจากรถเข่าอ่อน สภาพแต่ละคน ขาสั่นด้วยความกลัว

ซื้อน้ำ ซื้อมาม่า มานั่งกินเอาแรงก่อน ด้านบนเขา สัญญาณไม่ค่อยดี อยากจะบันทึกความทรงจำ กับการนั่งรถสองแถวว่าทางมันพีคขนาดไหน แต่ไม่มีใครเอาโทรศัพท์

ออกมาถ่ายคลิปเลย เพราะมัวแต่จับตัวรถไว้ กลัวกลิ้งตกรถไป !! เริ่มออกเดินทางกัน แรก ๆ เกาะกลุ่มกันดีหรอก เดินไปเดินมา หายไปไหนกันหมดแล้ว กระจัดกระจาย

ออกเป็น 3 – 4 กลุ่ม แต่เราอยู่กับน้องผู้ชายอีกคน หนุ่มคนเดียวในทริป ไม่นับพี่คนขับรถตู้นะ

ประตูสวรรค์ นมัสการรอยพระบาท

เดินกันไป 2 คน บอกน้อง พี่แก่แล้วนะสายตาไม่ดี น้องให้กำลังใจ ไม่เป็นไรพี่ ถ้าพี่เดินไม่ทันผม พี่เดินไปกับคนอื่นได้เลย เฮ้ย .. มันยังไงกัน สรุปเอ็งจะทิ้งพี่จริง ๆ เหรอ

น้องหัวเราะ ระหว่างทางที่จะไป นมัสการรอยพระบาท เราเดินมาเจอระฆังแถวยาว อุมาไม่รอช้าที่จะเคาะให้ครบทุกลูก เจอองค์พระ เราหยุดไหว้ หยุดชม สะสมบุญกันไป

นี่คือทริปทำบุญไง ใช้เวลาไปกับการโยนเหรียญลงบาตรนานมาก แต่ไม่ลงซักบาท ส่วนใหญ่ที่หยุดจริง ๆ คือ หยุดพัก มันเหนื่อยทั้ง ๆ ที่เราเดินขึ้นเขาไม่ได้ไวเลย

แต่เหงื่อออกท่วมทั้งตัว เหมือนกับการออกกำลังกายแหละ ขนาดเดินช้าแล้วนะ ยังเดินสะดุดตามเรื่องตามราว ช่วงที่มีพระพุทธรูปตั้งอยู่จะสว่าง แต่ไม่พอให้เรามองเห็น

บางทีเจอเนินดิน บางทีเจอหลุม จึงเป็นปัญหา จนเราเดินมาถึงประตูสวรรค์นั่นแหละ พอผ่านประตูสวรรค์ขึ้นไป จะไปถึงรอยพระบาท เราเข้าไป นมัสการรอยพระบาท

ไปกราบไหว้ขอพร แล้วออกเดินทางต่อ เพื่อที่จะขึ้นไปถึงตรงที่เรียกกันว่า ผ้าแดง เพื่อขึ้นไปผูกผ้า ขอพร 1 ข้อ จากจุดที่ นมัสการรอยพระบาท ไปที่จุดผ้าแดงห่างกัน

ไม่น่าจะเกิน 500 เมตร  เห็นว่าเป็นระยะทางสั้น ๆ แต่ทางลาดชันเหลือเกิน สายตาห่วยแตก อุส่าเลี่ยงไม่อยากร้อนแดด รู้งี้ มาเช้า ๆ ดีกว่า ได้เห็นทางขึ้นเขาสุดหวาดเสียวด้วย

สรุปแล้วเราไปไม่ถึงจุดที่ ผูกผ้าแดง เพราะด้วยปัญหาทางด้านสายตา ถามน้องอีกคน

นมัสการรอยพระบาท ผ้าแดง

ที่ไปด้วยกัน น้องบอกไว้มาใหม่อย่าไปซีเรียส รอบหน้ามาเช้าตรู่จะได้เดินง่าย ๆ  แล้วเราก็ลงมาด้านล่าง ระหว่างรอน้อง ๆ เราไปหาข้าวเช้ากิน อิ่มแล้วเดินไปที่รถ

ไปล้างหน้า แปรงฟัน อาบน้ำ ตรงที่รถตู้จอดอยู่ มีห้องน้ำสะอาด ๆ บริการด้วย เราอาบน้ำ แต่งตัวกันเสร็จ อีกกลุ่มลงมาถึงรถตู้ ทุกคนที่ลงมาทีหลังอุมา ไป ผูกผ้าแดง

กันทุกคน ในใจอุมานี่ รอบหน้าฉันจะต้องไปให้ถึงผ้าแดงให้ได้ พี่คนขับรถตู้ แกถามว่าสรุปจะไปเที่ยวไหน มีคนถามว่า อยากนั่งรับลมชมวิว กินข้าว จะไปที่ไหนดี พี่คนขับรถ

แกบอกว่า แบบนั้นต้องริมทะเล จะเปลี่ยนจากน้ำตก เป็นไปทะเลแทนไหมล่ะ นอนเก้าอี้ผ้าใบ พักซัก 2 – 3 ชั่วโมง อาหารซีฟู๊ดสด ๆ อร่อย ๆ ราคาไม่แพง ร้านประจำ

เดี๋ยวผมพาไป ทุกคนพยักหน้ารับทันที เพราะอยากพักเหนื่อยเหลือเกิน ให้เดินขึ้นเขา ไปเล่นน้ำตกอีก คงไม่ไหวแล้ว มันเมื่อย มันล้า ทุกคนอาบน้ำขึ้นรถกันเรียบร้อย

พี่คนขับรถตู้ พักใหญ่ ๆ ถึงทะเลลงรถ ลมเย็น ๆ ของทะเลปะทะร่าง อากาศริมทะเลช่วงเช้า ๆ สดชื่นมาก  เผลอแป๊บเดียว อาหารซีฟู๊ด ถูกลำเลียงออกมา เต็มโต๊ะ

ในไม่ช้า พวกเรากินเรียบทุกจาน แต่ละคนหิวโซกันมาก  กินไม่เหลือซักอย่าง มีเรากับน้องอีกคน ที่ชิงกินก่อนมาแล้ว ที่ว่าอิ่ม ๆ พอเจออาหารทะเลอยู่ข้างหน้า หิวอีกทันที

เราปลีกตัวออกไปหาเช่าเตียงผ้าใบ สลบเหมือดทันที เหมือนคนอดนอนมา 3 – 4 คืน แล้วสะดุ้งตื่น เพราะเสียงกรี๊ดของน้อง ๆ รีบลุกขึ้นมาดู เฮ้ย !! พวกนาง เล่นบานาน่าโบ๊ท

 

สนุกกันเลย เป็นการเดินทางที่ดีของพวกเรา ได้รับประสบการณ์ใหม่ ๆ จากการเดินทาง ได้รู้จักสถานที่ ที่เราไม่เคยไป ได้สัมผัสถึงบรรยากาศ ป่าดงดิบ ตอนกลางคืน

ได้นั่งรถขึ้นเขา แบบหวาดเสียวที่สุดในชีวิต ได้เข้าไป นมัสการรอยพระบาท ได้รับอากาศบริสุทธิ์ ได้กินอาหารอร่อย ๆ และหลาย ๆ คนได้ขึ้นไปถึงผ้าแดงสำเร็จ

สักการะ

การเดินทางไป นมัสการรอยพระบาท หากใครจะไปเหมือนกับเรา อยากจะขอให้ทุกคนช่วยกันรักษาความสะอาดด้วย อย่าไปทิ้งขยะแบบไม่คิด ถังขยะมีเป็นจุด ๆ ตลอด

เอาอะไรขึ้นไปกิน หิ้วอะไรขึ้นไปทาน ถ้าไม่เจอถึงขยะ กรุณาเก็บเศษขยะลงมาทิ้งด้านล่าง เพราะถ้าสัตว์ป่าออกหากิน หลังจากที่ปิดป่าแล้ว น้องมาเห็นขยะ คิดว่าอาหาร

น้อง ๆ กินเข้าไป  จะตายเพราะขยะ แทนที่เราจะได้บุญ กลับจะได้บาป ช่วยกันรักษาธรรมชาติ เป็นการแสดงความเคารพต่อสถานที่ ที่เราเดินทางไปด้วย จะได้ บุญกุศลจริง ๆ

ฝากติดตามกันต่อว่า อุมาจะได้ไปขึ้นเขา นมัสการรอยพระบาท อีกรึป่าว ถ้าได้ไปอีก อุมาจะไปให้ถึงผ้าแดงได้ไหมนะ รักทุก ๆ การเดินทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ทุก ๆ การเดินทาง

มีความทรงจำเสมอ ฝากกดแชร์บทความ แล้วอย่าลืมกดติดตามพวกเราได้ในเพจ สายชิลล์พาเที่ยว แล้วแวะมาเที่ยวกับพวกเราได้นะ ยินดีต้อนรับ สู่บ้านชิลล์แก๊งค์นะทุกคน

ปล.ถ้าจะเดินทางไปไหน อยากได้รถตู้พร้อมคนขับ ใจดี ชำนาญเส้นทาง รถตู้ V.I.P มีโทรทัศน์ มีที่ชาร์ตแบตมือถือ ติดต่อได้ที่ พี่บุ้ง ตามเบอร์โทรด้านบนได้เลย