ระบบของสระว่ายน้ำ [5]

หลาย ๆ คน มักจะถามถึงสระว่ายน้ำที่จะไปเรียนว่าเป็นแบบระบบอะไร ระบบของสระว่ายน้ำ ที่เรารู้จักมี 2 ระบบคือ ระบบคลอรีน และ ระบบน้ำเกลือ ซึ่งมีความแตกต่างกัน

วันนี้ครูปุ้มจะมาพูดคุยถึงเรื่อง ระบบของสระว่ายน้ำ นะคะ ซึ่งสระว่ายน้ำที่เรารู้จักก็จะมี 2 ระบบคือ ระบบคลอรีน และ ระบบน้ำเกลือ แตกต่างกันอย่างไร

ครูปุ้มพูดถึงสระว่ายน้ำแบบระบบน้ำเกลือก่อนนะ มันคือสระว่ายน้ำที่มีการพัฒนา โดยการนำน้ำเกลือไปเป็นตัวผลิตเพื่อฆ่าเชื้อโรคต่างๆ รวมไปถึงจุลินทรีย์ ในลักษณะเดียวกันกับระบบคลอรีน

ระบบสระว่ายน้ำ ระบบคลอรีน

เพียงแต่ว่าจะทำให้ไม่เกิดการระคายเคืองกับผิวหนัง ไม่ทำให้แสบตาหรือตาแดง ไม่ทำร้ายและไม่ทำลายเส้นผม โดยส่วนใหญ่แล้วพ่อ แม่ พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา

ที่มีลูก – หลานเล็กๆก็จะชื่นชอบในทางสระน้ำเกลือมากกว่า เพราะว่าแทบจะไม่มีสารตกค้าง รวมไปถึงเพื่อหลีกเลี่ยงการระคายเคือง จากการตกค้างจากคลอรีน

คนส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้ระบบน้ำเกลือ แต่ สระน้ำเกลือ ก็มีราคาค่าเข้าใช้บริการที่แพงพอสมควรถ้าเทียบกับในระบบคลอรีนและยังมีสระน้ำเกลือน้อยกว่าสระว่ายน้ำระบบคลอรีน

สระว่ายน้ำระบบคลอรีน เป็นระบบที่ใช้มาแต่ดั้งเดิมเป็นระบบ ที่หลาย ๆ สระว่ายน้ำที่อยู่ใกล้บ้านเรานิยมใช้ มีคุณสมบัติเดิมๆ ก็คือใช้คลอรีนนี่แหละในการฆ่าเชื้อโรคซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด

ก็จะทำลายเซลล์ ของเชื้อโรคและก็จุลินทรีย์ด้วย ในเมื่อคลอรีนทำลายเซลล์พวกนั้นแล้ว มีรึมันจะไม่มาทำลาย ทำร้ายผิวหนังเรา ถ้าหากเรา สัมผัสคลอรีนเป็นเวลานาน

อาจจะมีอาการระคายเคืองผิวหนัง แสบตา ผมแห้ง ตาแดง น้ำตาไหลก็ได้ คนส่วนใหญ่ ก็อยากใช้สระแบบระบบน้ำเกลือกันทั้งนั้น ถ้าเราเปรียบเทียบสระทั้ง 2 ระบบแล้ว

ความคิดเห็นส่วนตัวของครูเองจะเปรียบเทียบระหว่างสระทั้ง 2 ระบบ ในแบบที่เข้าใจง่ายๆ จากคนที่คลุกคลีกับสระว่ายน้ำทั้ง 2 ระบบ มากมายเลยทีเดียว ในการสอนแต่ละวันที่ รร.ยอแซฟวิทยา ครูปุ้มจะสอนประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงต่อวัน

ระบบของสระว่ายน้ำ ระบบน้ำเกลือ

ซึ่งที่ รร.ยอแซฟวิทยานั้นเป็น สระในระบบน้ำเกลือ อยู่ในโดม เป็น สระในร่ม ค่ะ ส่วนในวันเสาร์ – วันอาทิตย์ ครูก็จะสอนที่สระเทศบาลท่าใหม่ ซึ่งเป็นสระระบบคลอรีนค่ะ

ตากแดดเรียนกัน อบอุ่นดีค่ะ ย้ำนะคะ นี่คือความคิดเห็นส่วนตัวของครูปุ้มเพียงคนเดียวในการเปรียบเทียบครั้งนี้ ข้อดีของสระน้ำเกลือและข้อเสียของระบบคลอรีน

ที่สัมผัสได้มาตลอดระยะเวลา 5 ปี ที่สอนได้ลงสอนในสระน้ำเกลือในช่วง เช้า – บ่าย ส่วนสระคลอรีน ช่วงเย็น ๆ ของทุกวัน เพราะครูปุ้มรับสอนว่ายน้ำด้วยนะ

ชุดว่ายน้ำเวทสูท

ระบบของสระว่ายน้ำ เปรียบเทียบระหว่าง ระบบน้ำเกลือ กับ ระบบคลอรีน

ระบบของสระว่ายน้ำ ระบบน้ำเกลือ

ข้อแรก สระน้ำเกลือ 3 ชั่วโมงผ่านไป ไม่คันตัว ผิวไม่แห้ง ผิวไม่ตึง ในทางกลับกันสระคลอรีน 30 นาที ก็ผิวตึงๆ แห้งๆแล้ว ถ้าวันไหนที่สระใส่คลอรีนเยอะ

จะคัน ยิบยับ ยิบยับ ทีเดียว ข้อต่อมา เส้นผม ในสระน้ำเกลือ 3 ชั่วโมง ขึ้นมาล้างน้ำประปา กลับมาสระผมที่บ้าน ผมก็ไม่เสีย ไม่แห้ง หนังหัวไม่เป็นขุยด้วย

ในทางกับกันสระคลอรีนนั้น ขึ้นมาต้องรีบล้างตัว ล้างหัวทันที เพราะความแห้งตึงผิวและผมจะมาทันที เมื่อเราก้าวเท้าขึ้นจากสระว่ายน้ำ นี่คือข้อเปรียบเทียบที่เห็นเด่นชัดหลัก ๆ

แต่สระที่ดีที่สุด คือ สระว่ายน้ำ ที่สะอาด เจ้าหน้าที่สระว่ายน้ำดูแล ดูดเอาตะกอน สิ่งสกปรกออกจากก้นสระในทุกๆวัน อีกเรื่องที่ครูปุ้มจะมาพูดถึง คือเรื่องอันตราย

ที่เกิดจากสระว่ายน้ำมาเล่าให้ฟัง สระว่ายน้ำบางที่ ขอย้ำว่าบางที่เท่านั้นนะคะ ที่จะเป็นอันตรายในแบบที่ครูกำลังจะอธิบายนะ อย่างที่หลาย ๆ คนรู้มาว่าสระว่ายน้ำ

สร้างมาเพื่อผ่อนคลายร่างกายจากการเหนื่อยล้า เพราะว่าคุณสมบัติของน้ำเนี่ยมีความเย็นช่วยบำบัดอาการเจ็บปวดของกล้ามเนื้อ และยังสร้างความสนุกสนาน

ทำให้เราไม่ต้องออกแรงในการเดินในสระว่ายน้ำมาก เพราะว่าน้ำนั้นจะช่วยพยุงตัวเราไม่ให้แบกรับน้ำหนักเยอะเหมือนตอนอยู่บนบก เลยผ่อนคลาย

แต่ว่าสระว่ายน้ำบางที่ถึงแม้ว่าน้ำจะดูใสสะอาดแต่อาจจะมีสิ่งปนเปื้อนหรือสารเคมีที่ใส่อยู่ในน้ำอาจจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ของคนที่ลงไปว่ายน้ำ

ไปซ้อมว่ายน้ำ ก็ได้ โดยส่วนใหญ่ เราจะพบอาการ ตาแดง ผิวแห้งเป็นขุยคัน ผมแห้ง ผมกรอบ หลังจากขึ้นมาจากการเล่นน้ำ สระว่ายน้ำ โดยทั่วไป

ระบบของสระว่ายน้ำ

 ระบบสระว่ายน้ำ ระบบคลอรีน

อย่างที่บอกมาข้างต้นนะคะ ก็จะใช้คลอรีนในการฆ่าเชื้อโรคนั่นแหละ และเพื่อควบคุมคุณภาพของน้ำให้ดีให้ได้มาตรฐาน

ให้เหมาะกับสภาพของร่างกาย บางทีเราอาจจะคิดว่าการใส่แว่นตากันน้ำแล้วอาจจะช่วยให้เราเวลาอยู่ใต้น้ำตาไม่แดง หรือไม่ระคายเคืองตา

บางคนที่ไม่ได้ใส่แว่นตากันน้ำก็จะมีอาการตาแดง อธิบายว่าตาที่เราแดงไม่ใช่เพียงแค่คลอรีนอย่างเดียวแต่มันอาจจะมีส่วนผสมของ ของ ฉี่ ชิ้งฉ่อง หรือ ปัสสาวะนั่นเอง

ในสระว่ายน้ำ น้ำที่ใสๆนั้น เรามองไม่เห็น ว่ามีอะไรบ้างผสมอยู่ในน้ำ คุณลองคิดถึงเด็กเล็กที่เล่นน้ำดู ว่ากี่เปอร์เซ็นที่เค้าไม่เข้าห้องน้ำไปทำธุระเบาๆ เพราะเพลินกับการว่ายน้ำ

เล่นน้ำ ยังไม่รวมกับเหงื่อที่คุณคิดว่าการว่ายน้ำเหงื่อไม่ออก ที่รู้สึกว่าไม่เหนียวตัวก็เพราะว่าเวลาเราลงน้ำเหงื่อมันละลายลงไปในน้ำหมดแล้ว

พอเวลาเราดำน้ำแล้วตาแดงนั่นแหละคือสัญญาณเตือนว่า มันได้มีสิ่งสกปรกผสมอยู่  นอกจากตาแดงแล้วก็คือจะมีอาการแสบตาแล้วก็บางคนก็มีน้ำตาไหล

จริงๆแล้วคลอรีนไม่ได้ทำให้เราตาแดงนะ แต่เป็นผลมาจากสารในคลอรีนกับของเหลวจากร่างกาย คราบไขมัน คราบครีมกันแดดด้วย ผสมๆกัน ทำให้เกิดผลอย่างที่บอกมานั้นแหละ

แต่เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ทั้ง 2 ระบบเลยนะ ไม่ว่าจะเป็นสระน้ำเกลือหรือสระคลอรีน อันนี้ไม่ได้พูดเองนะ ครูอ้างอิงมาจากหนังสือ และจากบทความหลาย ๆ บทความอ่านแล้ว

นำมาประมวลเป็นคำพูดของครูปุ้ม จะมีคำแนะนำมาให้ค่ะทำยังไงจะไม่ให้ผิวแห้ง จะไม่ให้ผมเสียในส่วนของตัวครูเองเรื่องผม ครูจะใส่หมวกซิลิโคน แต่มันไม่ได้ช่วยกันน้ำแต่อย่างใด

เหมือนอย่างที่คุณๆเข้าใจนะคะ ทุกๆครั้งที่สอนว่ายน้ำ ครูจะใส่หมวกซิลิโคน เหตุเพราะว่าหมวกซิลิโคนมันไม่อมน้ำ เหมือนกับหมวกผ้า ทำให้หัวเราไม่หนักเวลาเราดำน้ำหรือว่ายน้ำ

แต่หมวกซิลิโคนไม่ได้ช่วยกันน้ำเข้า เพราะน้ำก็ยังซึมเข้าตามไรผม ที่บริเวณของขอบหมวกอยู่ดี ถ้าไม่อยากให้น้ำโดนผมก็คือต้องไม่ดำน้ำ อย่าก้มหน้าลงไปในน้ำ

ไม่ดำน้ำมิดหัว อันนี้ไม่โดนแน่นอนรับประกันผมไม่มีเสีย แต่คุณสามารถที่จะลอยน้ำ เชิดหน้าได้ตลอดเวลาที่คุณลงสระหรือเปล่า คุณจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ น้ำมันซึมเข้าได้หรือเปล่าอันนั้นก็แล้วแต่วิธีการของแต่ละคน

ระบบคลอรีนสระว่ายน้ำ

คลอรีนทำให้ผมและผิวเสีย

แต่สำหรับครู ครูทำไม่ได้ค่ะ เพราะว่าเราต้องสอนเด็ก เราก็ต้องทำให้เด็กดู ถ้าครูคนไหนผมไม่เปียกน้ำ แสดงว่าครูคนนั้นไม่ว่ายน้ำให้เด็กดูนั่นเอง ดังนั้น สรุปง่าย ๆ เลย

อย่างที่รู้กันคือ คลอรีนทำให้ผมและผิวเสีย อาการที่ผิวแห้งเกิดจากการขาดน้ำของผิวเพราะว่ามีคลอรีนจับอยู่บนผิวหนัง คลอรีนทำให้ผิวเสียขาดความชุ่มชื้น

เพราะว่ามันจะเข้าไปทำลายต่อมไขมันตามธรรมชาติที่อยู่ในผิวหนังของเรา ซึ่งเป็นในทุกๆคน   บางคนนบอกขึ้นมาแล้วรู้สึกว่าผิวแห้ง ถ้าเป็นหนักๆก็จะมีอาการผื่นคันอีกด้วย

วิธีการที่เราจะทำให้ผิวเราแห้งน้อยที่สุด ขึ้นมาแล้วคันน้อยที่สุด ก่อนที่เราจะลงน้ำ ลงสระว่ายน้ำทุกๆครั้ง ก็ให้ดื่มน้ำเยอะๆไว้ก่อน เพราะว่าอะไรน่ะเหรอ เพราะว่าเวลาลงน้ำ

แล้วออกกำลังกายในน้ำ ร่างกายเราเสียเหงื่อแน่นอนเพราะว่าเหงื่อออกในน้ำ โดยที่เราไม่รู้ตัว เราดื่มน้ำดักทางไว้ก่อนเลยจ้า ที่สำคัญป้องกันการเป็นตะคริวด้วยนะคะ

แล้วก่อนลงไปในสระว่ายน้ำมาให้เราอาบน้ำ ชำระพวกคราบเหงื่อไคลออกด้วย ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น อย่างที่สองคือทาครีมกันแดดครีมกันแดดแบบ Waterproof

เพื่อป้องกัน แสงแดด แล้วปกป้องผิวเราจากการโดนคลอรีนได้ บางคนที่รู้สึกว่าผิวเริ่มตึงเวลาว่ายน้ำไปได้ซักพัก มีอาการคัน ให้เราขึ้นมาจากสระว่ายน้ำแล้วก็ไปล้างตัว

เพื่อที่เราจะเอาคราบของคลอรีนออกไปจากผิว มีลูกศิษย์บางคนนั้นแนะนำว่าให้ใช้สบู่ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี เพราะเชื่อว่า วิตามินซีในสบู่ไปทำให้คลอรีนหลุดออกจากผิว

ได้ดีกว่าสบู่แบบอื่น ๆ สบู่ที่มีวิตามินซีก็อาจจะเป็นพวกสบู่ที่มีส่วนผสมของผลไม้ตามความคิดของครูนะ แต่ตัวครูไม่ได้ใช้หรอก ครูใช้สบู่น้ำนมจ้า หลังจากที่เราอาบน้ำ

ล้างตัวฟอกสบู่เรียบร้อยแล้วเช็ดตัวหมาดๆ แล้วก็ทาโลชั่น ทาครีม หรือ มอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อบำรุงผิว คืนความชุ่มชื้นให้กับผิว ติดตามการเทคนิคการว่ายน้ำ ได้ที่ facebook ว่ายน้ำกับครูโน็ต กับครูปุ้ม