วันไหว้พระจันทร์ สายมูห้ามพลาด เสริมเสน่ห์ เมตตาและรับทรัพย์

ใกล้ถึงเทศกาล วันไหว้พระจันทร์ แล้วนะนี่ เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ งงเหมือนกันทำไมเค้าตั้งโต๊ะไหว้พระจันทร์ พอมาศึกษาหลาย ๆ อย่าง

ทั้งประวัติความเป็นมา ความเชื่อหลังจากไหว้พระจันทร์แล้ว จะได้ผลลัพธ์ดี ๆ ตามมา และที่สำคัญคือ ขนมไหว้พระจันทร์ นั่นเอง

ยิ่งเป็นไส้ทุเรียนกวน ไข่เค็มด้วยแล้วนะ อย่างฟินเลย วันนี้เราจะพาไปศึกษาหลาย ๆ เรื่อง ที่คุณควรรู้เกี่ยวกับการไหว้พระจันทร์

วันไหว้พระจันทร์ประเทศจีน

ประวัติความเป็นมาของ วันไหว้พระจันทร์

ปีนี้เทศกาลไหว้พระจันทร์ หรือเทศกาลกลางฤดูใบไม้ร่วง ตรงกับวันที่ 10 กันยายน 2565 หรือขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 นั่นเอง เป็นเทศกาลสำคัญของคนจีน

และคนที่มีเชื้อสายจีนทั่วโลก เป็นการเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยว คนจีนจะทำการเฉลิมฉลอง ไหว้พระจันทร์ในช่วงกลางคืน มีการประดับประดาไปด้วยโคมสีแดง

บางแห่งมีการเชิดมังกรอีกด้วย สร้างสีสันให้กับงานเทศกาลได้มากเลยทีเดียว ในยุคของจีนโบราณสมัยราชวงศ์ฮั่น เทศกาลไหว้พระจันทร์นิยมเป็นอย่างมา

พอถึงในช่วงของราชวงศ์ถัง ไม่ค่อยมีพิธีรีตองเท่าไหร่ เงียบ ๆ เบา ๆ ลงไม่ยิ่งใหญ่เหมือนสมัยราชวงศ์ฮั่น พอมาเข้าในช่วงของราชวงศ์ซ่ง

เทศกาลนี้กลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้ง มีการจัดงานขึ้นในทุกปี เพื่อขอพรเกี่ยวกับการเกษตร การเก็บเกี่ยวและขอให้ชีวิตมีความสุข ประมาณเทศกาลรวมญาติ

รวมสมาชิกในครอบครัว เพื่อสร้างความกลมเกลียวประหนึ่งดวงจันทร์ดวงโต ๆ ในช่วงของฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลนี้จึงกลายมาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของชาวจีนในปัจจุบัน

ฉางเอ๋อ โฮ่วอี้ ตำนนานเทพดวงจันทร์ วันไหว้พระจันทร์

ฉางเอ๋อตำนานการบูชาดวงจันทร์

เรื่องเล่าในสมัยโบราณ มีตำนานเรื่องหนึ่งได้เล่าว่า มีอยู่วันหนึ่ง อยู่ ๆ พระอาทิตย์โผล่อยู่บนท้องฟ้า ถึง 10 ดวง บุรุษที่ชื่อว่า โฮ่วอี้ ผู้มีฝีมือในการยิงธนู

แม่นยำยิ่งกว่าปืนติดกล้องเสียอีก เดินขึ้นไปบนยอดเขาคุณหลุด และสามารถยิงดวงอาทิตย์ดับลงไปได้ถึง 9 ดวง จนเหลือเพียง 1 ดวงแบบทุกวันนี้

ชาวบ้านต่างยกให้เค้าเป็นวีรบุรุษ เพราะตอนที่มีดวงอาทิตย์ 10 ดวงนั้น โลกมันแห้งแล้งเสียเหลือเกิน น้ำไม่มีใช้ ดินร้อนระอุ ปลูกอะไรไม่ได้ ผู้คนอดอยาก

แม้แต่ทะเลยังเหือดแห้งกลายเป็นควันไฟ เมื่อเขาขจัดความทุกข์ให้ชาวบ้านรอดพ้นจากความอดอยากความตายได้นั้น ผู้คนยกย่องให้โฮ่วอี้

เป็นซุปเปอร์ฮีโร่เลยทีเดียว เค้าได้รับความเคารพและความรักใครจากชาวบ้านเป็นอย่างมาก ผู้กล้าจากดินแดดต่าง ๆ ได้ยินข่าวเรื่องนี้

ต่างเดินทางมาเพื่อขาเป็นศิษย์ แต่มีคนชั่วแอบแฝงเข้ามาด้วย คือนายเผิงเหมิง นั่นเอง หลังจากนั้นไม่นาน โฮ่วอี้ได้แต่งงานกับฉางเอ๋อ

หญิงสาวที่มีจิตใจดี อ่อนโยน มีเมตตา ทั้งคู่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เป็นคู่สร้างคู่สม คู่กิ่งทองใบหยก ชาวบ้านต่างแสดงความยินดีกันถ้วนหน้า

มีอยู่วันหนึ่งที่โฮ่วอี้ได้ขึ้นไปบนเขาคุนหลุน เพื่อไปหาเพื่อน ๆ และศึกษาธรรม ระหว่างนั้นเค้าได้พบกับฮองเฮาแห่งสวรรค์ เค้ากราบขอยาอายุวัฒนะจากฮองเฮา

ซึ่งยาตัวนี้ กล่าวกันว่าเมื่อกินเข้าไปแล้วจะเหาะเหินขึ้นสวรรค์และกลายเป็นเซียนในทันที หลังจากโฮ่วอี้ได้ยามาแล้วนั้น เค้ายังไม่กล้าที่จะกินเข้าไป

ตำนานฉางเอ๋อ ตำนานวันไหว้พระจันทร์ ขนมไหว้พระจันทร์

เพราะไม่อยากทิ้งฉางเอ๋อไว้บนโลกมนุษย์คนเดียว จึงฝากยาให้ฉางเอ๋อเก็บไว้ในลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง แต่ไม่อาจจะหลบซ่อนพ้นจากสายตาของเผิงเหมิงผู้ชั่วร้าย

มีอยู่วันหนึ่ง โฮ่วอี้ได้พาลูกศิษย์ออกไปล่าสัตว์ แต่เผิงเหมิงแสร้งทำเป็นป่วย นอนพักอยู่ที่บ้าน แต่เมื่อสบโอกาส เผิงเหมิงบุกเข้ามาขู่บังคับฉางเอ๋อ

ให้เอายาอายุวัฒนะมาให้เค้าซะดี ๆ ฉางเอ๋อรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้แน่นอน แต่ไม่อยากให้ยาตกไปอยู่ในมือคนชั่วอย่างเผิงเหมิง เธอจึงเล่นละครตบตา

ไปหยิบยาออกมา และฉวยโอกาสเพียงเสี้ยวินาที เทยาอายุวัฒนะเข้าปากและกินจนหมดไม่มีเหลือ หลังจากนั้นไม่นาน ร่างของฉางเอ๋อก็ลอยขึ้นสูงเหนือพื้นดิน

เหาะออกทางหน้าต่างและบินขึ้นไปสู่สวรรค์ แต่ด้วยความที่ยังคงเป็นห่วงโฮ่งอี้ผู้เป็นสามี เทพธิดาฉางเอ๋อจึงเหาะไปเป็นเซียนอยู่ในโลกพระจันทร์

ขนมไหว้พระจันทร์

เนื่องจากพระจันทร์อยู่ใกล้กับโลกมนุษย์มากที่สุด เมื่อโฮ่วอี้กลับมาถึงบ้าน ได้รู้ข่าวจากสาวใช้ ว่าเมื่อตอนกลางวันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง

โฮ่วอี้เจ็บใจ โกรธแค้น และโศกเศร้าไปพร้อม ๆ กัน แต่ไม่สามารถทำอะไรได้ จึงได้แต่นั่งร้องไห้และตะโกนเรียกหาภรรยารักของตัวเอง ทันใดนั้น

เค้าสังเกตเห็นเงาอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในพระจันทร์ ซึ่งรูปร่างเหมือนกับฉางเอ๋อ เมื่อชาวบ้านได้รู้ข่าวว่าฉางเอ๋อได้กลายเป็นเทพธิดา

เป็นเซียนอยู่บนพระจันทร์แล้ว จึงได้จัดขนมมาเซ่นไหว้ พร้อมกับจุดธูปกราบไหว้ขอพรจากฉางเอ๋อ ผู้อ่อนโยน มีเมตตาให้ช่วยคุ้มครองชีวิตให้มีแต่ความสุข

และนี่คือจุดเริ่มต้อนของตำนานเทศกาล วันไหว้พระจันทร์ นั่นเอง เรื่องที่เรานำมาเล่าให้ฟัง คือตำนานโบราณของประเทศจีน เค้าเล่าสืบต่อกันมานะทุกคน

ของไหว้พระจันทร์

การไหว้พระจันทร์นั้นมีความหมายหลายอย่าง ซึ่งพระจันทร์นั้นถือเป็นตัวแทนของความเมตตาและความมีเสน่ห์ สำหรับคนโสดในปีนี้ 2565

สามารถขอพรเรื่องความรักได้ด้วย เวลาอธิฐานให้บอกว่า ถ้าได้มีคนดี คนที่ใช้ ให้ส่งคนดีและใช่สำหรับเรามาให้เราได้พบได้เจอด้วย

แต่ถ้าไม่ดีได้โปรดอย่าให้ได้ต้องมาพบเจอกันเลย สำหรับคนมีคู่แล้ว สามารถขอเรื่องความรัก ขอให้มีความสุข ได้มีความรักมั่นคง

รวมไปถึงเรื่องงาน เรื่องธุรกิจ เรื่องการค้าการขาย ความเมตตา ความช่วยเหลือ สามารถขอได้ เตรียมของไหว้พระจันทร์ให้ปังกันไปเลยดีกว่า

ได้แก่ น้ำสะอาด / น้ำชา 4 ถ้วย, ขนมหวาน 4 อย่าง เช่น ขนมไหว้พระจันทร์ ขนมเปี้ยะ สาคูแดง 4 ถ้วย ขนมโก๋สีขาว (ใช้ขนมรูปทรงกลม),

ขนมไหว้พระจันทร์ วันไหว้พระจันทร์ เทศกาลไหว้พระจันทร์

อาหารเจ 4 อย่าง เช่น วุ้นเส้น, ดอกไม้จีน, เห็ดหูหนู, เห็ดหอม, ฟองเต้าหู้ เป็นต้น, ผลไม้เป็นมงคล เช่น ส้ม (เป็นสิ่งมหามงคล) ทับทิม

(การมีลูกเต็มบ้าน หลานเต็มเมือง) องุ่น (มีแต่ความเพิ่มพูน) สาลี่ (มีแต่ความเพิ่มพูน) สิ่งของเกี่ยวกับความงาม ไม่ว่าจะเป็น น้ำหอม กระจกเงา

เครื่องสำอาง เอามาตั้งไว้เพื่ออาบแสงจันทร์ จะช่วยเสริมเสน่ห์ให้กับเรา ดอกไม้สำหรับนำมาปักในแจกกัน ควรเลือกสีสด ๆ อย่าง แดง ชมพู เหลือง ส้ม

เวลาไหว้ ให้หันไปทางทิศตะวันออก เลือกเวลาที่ลงท้ายด้วยเลขคู่ 2 4 6 8 เพราะเป็นเลขคู่แห่งความสุข สมบูรูณ์นั่นเอง ควรให้ผู้หญิงไหว้เป็นคนแรก

เมื่อธูปใกล้หมดดอกให้ลาของไหว้มาทาน และเอาน้ำสะอาดมาพรมใส่หัวและร่างกาย หรือ อาบน้ำใต้แสงจันทร์ เพื่อช่วยเสริมความมีเสน่ห์ เมตตาให้กับตัวของผู้ไหว้นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การจัดโต๊ะไหว้พระจันทร์ และของไหว้นั้นไม่ตายตัวเสมอไป อาจารย์สายมูแต่ละคน จะมีทริคไม่เหมือนกัน แล้วแต่ความเชื่อของคุณละกัน

บทสวดไหว้พระจันทร์

โอมจันทรา ศศิประภา นะมะฮา นะโม ไท้อิม ผู่สัก ม่อ ฮ่อ สัก ขอบารมีแห่งองค์จันทราเทพ เทพจันทราเทวี ได้โปรดดลบันดาลประทานความสงบสุขร่มเย็น

ความรักมั่นคง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์แก่ครอบครัวด้วยเทอญ หรือถืออยากสวดเป็นภาษาจีน เปิดบทสวดไถ่อิมแชกุงเสี่ยเก็ง “พระคัมภีร์แม่พระจันทร์”

เรื่องเล่าตำนานต่าง ๆ พิธีกรรม วิธีการไหว้พระจันทร์ ต่างถูกเล่าขานมานานแบบรุ่นสู่รุ่น ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ความเชื่อของแต่ละคน

ความเชื่ออาจจะเป็นแรงผลักดัน ช่วยให้ชีวิตมีแรงขับเคลื่อนที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะแรงใจหรือแรงกาย เพื่อทำให้ชีวิตที่ดีขึ้นในอนาคตนั่นเอง