ส้มตำเมลเบิร์น จานละ 600 บาท ดราม่าดีเจภูมิ ทัวร์ลงกระหน่ำ

ดราม่าดีเจภูมิยังไม่จบ โดนทัวร์ลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรื่องของ ส้มตำเมลเบิร์น ออสเตรเลียครกละ 600 บาท กับจิ้มจุ่มหม้อละ 1000 บาท

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2565 ที่ผ่านมา ดีเจภูมิได้ออกมาอธิบายในช่องทางยูทูป Dj Poom ใช้เวลาพูดคุยอยู่ 15 นาทีหน่อย ๆ เราจะสรุปใจความให้ฟัง


โดยดีเจภูมิได้ออกมาเคลียร์ดราม่าเกี่ยวกับเรื่องส้มตำและจิ้มจุ่ม ซึ่งเจ้าตัวบอกว่า หลาย ๆ คนได้ออกมาตีความผิดไปจากตัวเองคิด แบบคิดแทนไปเยอะทีเดียว

ซึ่งก่อนหน้าที่เค้าได้ออกมาเขียนโพสอธิบายไปแล้วทางเฟสบุ๊ค ส่วนการออกมาพูดในครั้งนี้ เพื่อความชัดเจน มากกว่าการเขียนบรรยายนั่นเอง เรื่องมีอยู่ว่า

ดราม่า ส้มตำเมลเบิร์น Dj Poom ทัวร์ลง

อาหารไทยในมุมมองดีเจภูมิ

เจ้าตัวบอกว่า เค้าเป็นคนชอบอาหารไทย ส่วนใหญ่แล้วการไปต่างประเทศของเค้าจะเน้นอาหารไทยเสียเป็นส่วนใหญ่

ไม่ว่าจะไปอยู่ประเทศใด ๆ ก็ตาม ส่วนการมาเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียครั้งนี้ เค้าหาอาหาไทยกินเหมือนเดิม

รอบนี้ไปร้านอาหารไทยชื่อว่า นานา เป็นร้านอาหารไทย บรรยากาศแบบไทย ๆ มีทั้งอาหารอีสานและหมูกระทะด้วย

เจดีภูมิบอกว่า เค้าไม่ได้มีอะไรไม่ดีกับร้านนี้เลย แถมมีแต่ความชื่นชมให้กับตัวเจ้าของร้านอีกด้วย พร้อมโปรโมทให้

ไม่ว่าจะทางเฟสบุ๊ค IG พร้อมมีคลิปอีกด้วย เนื้อหาต่าง ๆ ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า ร้านนี้สุดยอดมาก ๆ ไปตามหาดูกันได้

ส้มตำเมลเบิร์น ร้านอาหารนานา

เหตุการณ์ก่อนเกิดเรื่องดราม่า

วันนั้นเป็นวันที่น้องนุชเกิดอาการวิตก หรือแพนิค ดีเจภูมิบอกว่า การจะทำให้เค้าหายจากอาหารแบบนี้ได้เร็วที่สุดคือ พาเค้าไปกินอาหารอร่อย ๆ

ซึ่งวันนั้นเค้าพากันไปกินร้านลาบ ส้มตำ มีจิ้มจุ่มด้วย ทำให้คิดถึงบรรยากาศของร้านนานา เมลเบิร์นทันที เลยทำให้คิดว่า ดีนะ

เราอยู่ในประเทศที่มีร้านลาบ ส้มตำ บรรยากาศแบบนี้เยอะแยะ มีให้เลือกมากมาย นี่คือสิ่งที่ดีเจภูมิอยากสื่อออกมาแบบ 100 เปอร์เซ็น

ทำไมถึงโพสต์ไปแบบนั้น

ว่าด้วยการโพสต์ต้นเหตุเป็นเรื่องให้ทัวร์ลง ทางดีเจภูมิบอกว่า เค้าอาจจะสื่อสารแย่ ทำให้คนรับสารเกิดการเข้าใจผิด กับสิ่งที่เค้าคิดไว้

ซึ่งเรื่องที่ว่า “โชคดีจังเลยที่เราเกิดเป็นคนไทย” ทำให้รู้เลยว่าหลาย ๆ คน ที่อยู่บนแผ่นดินไทย ณ เวลานี้ ใช้ชีวิตอย่างลำบาก ซึ่งหลาย ๆ ครั้ง

ดีเจภูมิออกมาแสดงจุดยืนว่าเค้าเกลียดการบริหารจัดการประเทศไทยตอนนี้ พร้อมเห็นใจคนมีรายได้น้อยมาก ๆ ดีเจภูมิเคยทำคอนเท้น

เรื่องกล่องยังชีพ นำไปแจกให้กับคนเดือดร้อนในช่วงสถานการณ์โควิด ซึ่งเค้าบอกว่าไม่ดูถูกคนจน ไม่เคยรังเกียจ ไม่คิดแบ่งชนชั้น ไม่คิดเหยียดใครจริง ๆ

เกี่ยวข้องเรื่องการเมืองหรือเปล่า

ในเรื่องของคนมองว่าส่อไปถึงทางการเมืองหรือเปล่านั้น ดีเจภูมิบอกว่า โพสต์นี้ไม่ได้คิดว่าจะสื่อไปถึงเรื่องทางการเมืองแต่อย่างใด

ถึงแม้ว่าตัวเองจะไม่ชอบการจัดการบริหารประเทศก็ตามที แต่ถ้าทำให้ใครคิดแบบนั้น ต้องขอโทษด้วย ซึ่งเค้าไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ

โพสต์ต้นเหตุของกระแสดราม่า ( ส้มตำเมลเบิร์น )

ด้วยความที่บรรยากาศดี มีความสุขในการกินอาหาร เลยเขียนโพสต์นี้ลงมา แล้วบอกกับน้องนุชว่า พรุ่งนี้คนต้องแชร์เยอะมากแน่นอน

อะไรเป็นธรรมชาติคนจะชอบ อิ่มอกอิ่มใจ ประมาณว่าให้กำลังใจคนว่าประเทศของเรา อย่างน้อยก็มีดีในเรื่องแบบนี้ ซึ่งเจ้าตัวคิดว่า

มันซึ่งกินใจเสียเหลือเกิน ยังไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีทัวร์ มีดราม่า มองเช็คยอดแชร์ผ่าน ๆ ยังหลงดีใจคนแชร์เยอะ จนเลขาโทรมาบอกถึงพึ่งจะรู้

คนหัวครัว ส้มตำเมเบิร์น ดราม่าดีเจภูมิ

กระแสเริ่มโจมตีอย่างหนักในสื่อโซเชียล

ด้วยเจตนาของดีเจภูมิ ไม่ได้จะกล่าวว่ากระทบใคร หรือเสียดสีใครแต่อย่างใด จนตัวเค้าเองมานั่งอ่านหลาย ๆ คนตอบกลับมาว่า

คนเหล่านั้นมองไปในประเด็นอื่น ไม่ใช่เรื่องที่เค้าอยากจะสื่อสารออกมา จึงอยากจะขอโทษ หลาย ๆ คนเลยเข้าใจผิด ในสิ่งที่ตัวเองโพสต์หรือสื่อสารออกไป

โชคดีขนาดไหนที่ได้เกิดเป็นคนไทย

ประเทศเราสวยงาม คนน่ารัก จิตใจดี อาหารการกิน ทะเลสวยงาม ประเทศไทยมีสิ่งดี ๆ มากมาย เพียงแต่การบริหารประเทศมันไม่โอเค

มีการปฏิบัติกับคนแบบไม่เท่าเทียมกัน คนเหมือนกันแต่ไม่เท่าเทียมกัน ไม่ได้มีเจตร้ายคิดร้ายกับใครเลย ถ้าทำให้ไม่พอใจต้องขอโทษด้วย

สื่อโซเชียลคือดาบ 2 คม

ก่อนหน้านี้โลกโซเชียลมีแต่การสื่อสาร การพูดคุย การให้กำลังใจกัน ตอนนี้คิดว่ามันมีความรุนแรงเยอะขึ้น การที่เราใช้สื่อส่วนตัวของเรา

นำเสนอในเรื่องของตัวเราเอง ความคิดของตัวเราเอง จะมีคนคิดต่างไม่เคยว่า ไม่เคยโกรธอะไรใครเลย แต่มีหลาย ๆ คนเอาโพสต์นี้

ไปตีความในมุมมองของตัวเค้าเอง และนำไปปั่นกระแส ทำให้เกิดความเกลียดชังขึ้นมา ไม่ว่าต้องการความสะใจหรืออะไร ดีเจภูมิบอกว่า

ตัวเองมีดราม่าหลายหน ไม่เคยจะเรียกร้องฟ้องร้องอะไรเลย แต่ครั้งนี้ ขอเป็นครั้งแรกเลยแล้วกัน เพื่อที่จะทำให้หลาย ๆ คนตระหนักว่า

การจะไปคอมเม้นต์คนหนึ่งคน อะไรสามารถทำได้บ้าง อะไรไม่สามารถทำได้ วันนี้มีทนายมาอธิบายให้คนที่ดูคลิปนี้อยู่ด้วยว่า อะไรสามารถคอมเม้นต์ได้

อะไรที่คอมเม้นต์ไปแล้วจะส่งผลเสียต่อตัวเอง จะได้ไม่มันมือในการพิมพ์จนเกิดกว่าเหตุ และจะให้ทนายดำเนินคดีตามกฎหมายและติดต่อกลับไป

ดราม่าส้มตำ Dj Poom

ในส่วนของทางคดีความนั้น ดีเจภูมิกล่าวไว้ว่า จะดำเนินคดีกับทุก ๆ ข้อความไม่ว่าจะเป็นโพสต์ดูหมิ่น หรือหมิ่นประมาทกับเหตุการณ์ในครั้งนี้

คนเรานั้นคิดแตกต่างกันได้ อยากติชม อยากตักเตือน หรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ควรเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และสุภาพ มีขอบเขตดีกว่า

ไม่ใช่ว่าใครเห็นต่างแล้วจะไปดูถูก ไปด่าทอ ไปเหยียดหยาม ทำให้คน ๆ นั้นเกิดความเสียหาย แชร์โพสต์ด้วยคำหยาบคายต่าง ๆ นานา

ทั้งหมดนี้มีโทษทั้งจำและปรับ เพราะเป็นคดีอาญานั่นเอง แต่ละคดีของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป ดีเจภูมิจะเรียกคดีละ 300,000 บาท

ไม่ต้องมาขอโทษ เพราะไม่รับคำขอโทษใด ๆ สำหรับเงินที่เหลือ เค้าจะนำไปช่วยเหลือสังคมสไตล์ช่องคนหัวครัว ในแบบของดีเจภูมิเอง

Dj Poom ดีเจภูมิ ทัวร์ลงดีเจภูมิ คนหัวเครัว

การคิดต่างไม่ใช่เรื่องแปลก การแสดงความคิดเห็น หรือโต้แย้ง สามารถกระทำได้ หากยืนอยู่ในจุดที่ไม่เกินงาม ไม่เกินเลย

ไม่ลามปามถึงบุพการีใคร ไม่หยาบคาย ติอย่างสร้างสรรค์ ติเพื่อก่อ ไม่ใช่ติเพื่อทำลาย ทำร้ายให้เสียชื่อเสียง หรือกระทบกระเทือน

ต่อสภาพจิตใจของผู้กล่าวถึง คุณจะไม่ถูกดำเนินคดีใด ๆ ใช้วิจารณญาณในการแสดงความคิดเห็น ฝากไว้ให้คิด คิดก่อนพิมพ์ อย่าพิมพ์ทุกคำที่คิด