เรื่องสยอง ของคนขี่มอเตอร์ไซค์

สวัสดีทุกคน วันนี้อุมาไม่ได้มาพาเที่ยวแต่อย่างใด แต่จะมาไขข้อข้องใจให้กับหลาย ๆ คน ที่ถามกันมาว่า เดินทางกลางคืนไม่เคยจอ เรื่องสยอง บ้างเหรอ มีบ้างมั้ย เจอผีบ้างรึป่าว เอ๊ะ ทุกคนเหมือนอยากจะให้อุมากับอาเฮียเจอจังเลย

มันไม่แปลกแหละที่มีคนถาม เพราะหลาย ๆ ครั้งที่เราไป พวกเราออกเดินทางไกล กันตอนกลางคืน หรือไปเที่ยวแล้วกลับบ้านดึก ๆ ตี 1 ตี 2 ในส่วนตัวของอุมา ไม่เคยเห็น ไม่เคยเจออะไร ที่เป็น เรื่องสยอง ตอนเดินทางเลยนะ


อาจจะไม่มีสัมผัสที่ 6 กับชาวบ้านเขาซึ่งเราถือว่า ดีงามพระราม 8 มาก ถ้าต้องมีสิ่งที่เรียกว่า Six Senses (ซิกซ์เซนส์) คงต้องเครียดตลอดการเดินทาง แต่ในส่วนของอาเฮียมีนะ เดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟัง แต่ของเล่า เรื่องสยอง

ของคนที่ขี่จักรยานยนต์ไปไหนมาไหน เพียงคนเดียว ในยามค่ำคืน เรื่องนี้ก่อน พอดีไปเห็นในเพจ เพจหนึ่งมา เค้าแชร์ประสบการณ์ของผู้ชายคนหนึ่งกับเรื่องชวนระทึกขวัญ ตอนขี่รถไปเที่ยวแบบชิว ๆ เพียงลำพัง เรื่องมีอยู่ว่า

มีผู้ชายคนหนึ่ง ที่ไปพัวพันเข้ากับเหตุการณ์แปลก ๆ บางอย่าง ตอนที่เดินทางจะไปแม่กำปอง แถมยังจะขึ้นดอยไปตอนกลางคืนแบบหัวเดียวกระเทียมลีบอีกต่างหาก (นายมันแน่มากจริง ๆ) แล้วเกิดเหตุการณ์ชวนผวาที่ไม่คาดคิด

เรื่องสยอง เดินทาง

ไม่คาดฝันขึ้น ระหว่างการเดินทางแบบตัวคนเดียว กับเส้นทางที่จะไปกางเต้นท์ตามที่กำหนดไว้ ชายคนนี้ไปถึงตีนเขาด้วยถจักรยานยนต์ Vespa ซึ่งกำหนดเวลามันเลทไปมากกว่าที่เค้าคิด ตอนนั้น 6 โมงเย็นแล้ว ยังไม่ถึงที่กางเต็นท์เลย

ก่อนขึ้นเขา ผู้ชายคนนี้แวะเข้าร้านสะดวกซื้อ แล้วเอ่ยถามพนักงานว่า แม่กำปองอีกไกลมั้ย โดยพนักงาน บอกว่าทางที่ดีให้ หาที่นอนด้านล่างจะดีกว่า แล้วค่อยขึ้นไปตอนเช้า เพราะว่าทางมันมืด รวมถึงมีเหวลึก ทางโค้งมีเยอะ

โดยปกติแล้วจะไม่ค่อยมีคนมาทางเส้นนี้ คนส่วนใหญ่เขาขึ้นทางสันกำแพง ทางที่ผู้ชายคนนี้ได้ใช้เดินทางมา คือ ทางฝั่งแจ้ซ้อน เค้าคิดในใจ มันไม่ได้น่ากลัวอะไร ถึงแม้ไม่มีไฟ แต่มีบ้านคนอยู่ จึงขี่รถไปเรื่อย ๆ ผ่านไปประมาณ

10 กว่ากิโลเมตร บ้านคนที่มีอยู่ เริ่มหายไป จนไม่เหลือแม้แต่หลังเดียว และแล้ว เรื่องสยอง ค่อย ๆ คืบคลานมาหาเค้าโดยที่เค้ายังไม่เอะใจแม้แต่น้อย อยู่ ๆ ของที่ผูกไว้ท้ายรถดันหล่นลงสู่ถนน พร้อมอาการรถโยก เอียง กระทันหัน

พอจอดรถลงเก็บของ ความคิดต่าง ๆ นานา ประดังเข้ามาในหัว เหมือนขี่รถเข้ามาในป่าช้าอย่างไงอย่างงั้น ใจเริ่มกลัวพร้อมยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้น เค้าขี่ต่อไปเรื่อย ๆ จนเข็มน้ำมันโชว์ว่า น้ำมันใกล้จะหมดแล้วนะ

ผู้ชายคนนี้ หยุดจอดรถพร้อมคิดว่า ถ้าเราจะเติมน้ำมันต้องเปิดเบาะขึ้น ต้องแกะของสัมภาระทุกอย่างลง เสียเวลามาก แถมทางไม่มีไฟเลย มืดสนิท อยู่เพียงลำพังในป่า อย่ากระนั้นเลย ไปต่อดีกว่า อีกอึดใจเดียวจะถึงแล้ว กลัวโดนปล้น

GPS แจ้งอีกแค่ 20 กิโลเมตรใกล้ถึงที่หมาย ขี่ไปยิ่งเงียบ ยิ่งเปลี่ยว ยิ่งฟุ้งซ่าน จิตใจมีความคิดวิตกไปต่าง ๆ นานา จนมาจบลงที่เรื่องผี และแล้ว เรื่องสยอง กำลังจะเกิดขึ้น พอถึงทางโค้งหักศอก แบบโค้งเกือกม้าประมาณนั้นเลย

เรื่องสยอง เกิดขึ้นเมื่อสายตาดันไปเห็นเงาคล้าย ๆ ผู้ชายร่างใหญ่ยืนอยู่ เริ่มไม่สนุกเหมือนตอนเริ่มต้นแล้ว และตลอดระยะเวลาที่ขี่มา รู้สึกเหมือนมีคนตามดู ตลอดเวลา

เรื่องสยอง ทางเปลี่ยว

ผ่านมาอีกพักใหญ่ เกิดเรื่องที่ทำให้ลูกผู้ชายถึงขั้นต้องเสียน้ำตา เค้าเจอร่าง ร่างหนึ่งวิ่งตัดหน้ารถ ตกใจจนรถเกือบเสียหลักล้ม ในใจเค้าคิดแต่ว่า น่าจะเชื่อน้องพนักงานที่ร้านเตือนตั้งแต่ทีแรก ไม่น่าลุยขึ้นมาคนเดียวเลย ขี่ไป

ร้องไห้ไป กลัวหลอนปะปนกัน จนขี่มาเจอกับหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติ ดอยล้าน อุส่าดีใจ หวังว่าจะได้นอนกางเต้นท์ตรงนี้เลย ไม่ต้องเดินทางต่อแล้ว ที่ไหนได้ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่เลย จึงต้องออกเดินทางลุยต่อไปให้ถึงแม่กำปอง

จนมาเจอเข้ากับอีกหนึ่งเหตุการณ์ กำลังจะบิดรถขึ้นเนิน อยู่ ๆ รถไม่มีแรงส่ง ต้องลงมาเดินเข็นรถไปเรื่อย ๆ ในใจคงหมดความอดทน ตะโกนด่าคำหบายคาย สารพัด แล้วเค้าได้ยินเสียงคนหัวเราะมาจากในป่าข้างทาง เลยตะโกนสวนไป

แน่จริง มาทำให้รถขึ้นเนินได้ซิ หลังจากนั้นไม่ทันขาดคำ รถกลับมาขี่ได้ในสภาพปกติ แต่ เรื่องสยอง จนทำให้ใจหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เพราะหลังจากนั้น เค้าดันเบรคไม่อยู่ กำเบรคจนเบรคไหม้ ยังเอาไม่อยู่เลย ข้างหน้าคือ เหวลึก

หน้าพ่อ หน้าแม่ ลอยมาในหัว ไม่น่าหนีท่านมาเที่ยวเลย ไม่ได้บอกใครด้วย ตายไปจะมีใครรู้มั้ย ว่าเรามาเที่ยวที่นี่ สุดท้ายเค้าขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช่วยคุ้มครอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์หรือทางไสยศาสตร์ ใดๆ หลังจากที่เขาพูดไป

รถเหมือนมีคนดึง ช่วยให้ค่อยๆหยุด และเงาดำ เงาแรกที่เจอตลอดทางได้ค่อย ๆ จางหายไป แต่ที่พีคที่สุดคือ หลังจากที่เค้าขี่ไปถึงแม่กำปองโดยสวัสดิภาพ เค้าเจอคุณป้าคนหนึ่งทักว่า เค้ามาจากไหน มาคนเดียวรึป่าว เค้าตอบว่าใช่

แต่ป้าทำหน้าแปลก ๆ ก่อนที่จะบอกว่า เมื่อกี้ทำไมเหมือนป้าเห็นว่ามีคนซ้อนท้ายมาด้วยนะ ผู้ชายคนนี้จึงรีบขึ้นรถ ขี่ไปหาที่พักทันที เรื่องสยอง ของผู้ชายคนนี้จบลง น่ากลัวมากเลยนะ ไปคนเดียวกับพื้นที่เปลี่ยว ๆ ไม่มีรถสวนมา

ไม่มีบ้านคน ไม่มีไฟริมทาง ครั้งที่อุมาไปบุรีรัมย์เมื่อไม่นานมานี้ ออกจากจันทบุรีประมาณ 1 ทุ่ม พัก ๆ หยุด ๆ ไปถึงอำเภอนางรองที่บุรีรัมย์ประมาณเที่ยงคืน ขนาดขี่ไป 2 คัน ยังมืด ยังน่ากลัวเลย แต่โชคดีที่พวกเราไม่เจออะไร

แต่จะเล่า เรื่องสยอง ของอาเฮียให้ฟัง หลังจากขี่ไปดูเพื่อนตกปลาริมทะเล แถวจันทบุรีนี่แหละ ขากลับมา ยังไม่ดึกเลย กลับมากัน 4 – 5 คัน ใช้ทางลัดขี่ผ่านสุสานแห่งหนึ่ง ระหว่างทางที่มีสุสานอยู่ริมทาง ก็บอกเฮียว่า รีบ ๆ หน่อย

สุสาน

เค้ากลัว มันหลอน มืดด้วย เฮียบอกถนนมันไม่ค่อยดี มีหลุมเยอะ เดี๋ยวตกหลุมอีก จะมาบ่นไม่ได้นะ อุมานั่งซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของเฮียด้วยความกลัว อีกซักพักเดียว น้อง ๆ ที่ขี่ตามมา รีบเร่งเครื่องแล้วตะโกนว่า ไปพี่ ไวอีกหน่อย

พอทุกคนขี่รถมาถึงบ้านของเรา เฮียก็บอกว่า อย่าพึ่งเข้าบ้าน ให้ไปแวะเดินในร้านสะดวกซื้อกันก่อน ทุกคนก็ทำตามอย่างรู้งาน เพราะเฮียคงไม่หิวหรอก พึ่งกินข้าวกันมาเอง สุดท้ายแล้วเรื่องในคืนนั้น พวกเราก็ไม่ได้คุยกัน มันเริ่มดึกแล้ว

เลยแยกย้ายกันกลับบ้านไปก่อน จนวันหนึ่งเรานึกได้เลยถาม เพราะนั่งอยู่กันพร้อมหน้าในวันที่เกิดเหตุ น้องผู้หญิงคนหนึ่งเล่าว่า หนูขี่เป็นคันสุดท้าย หนูไม่เห็นอะไรเลยแต่ได้ยินเสียง เหมือนมีตัวอะไรซักอย่าง วิ่งตามหลังรถมา

หนูเลยบอกเจ้กับเฮียว่าให้รีบ ๆ หน่อย ส่วนน้องอีกคนบอกว่า เห็นเงาดำ ๆ แว๊บเดียว ตอนช่วงที่เข้ามาทางสุสาน และอาเฮียบอกว่า ในส่วนของตัวอาเฮีย เฮียเห็นเหมือนหมาดำตัวใหญ่วิ่งไล่ตามมาเรื่อย ๆ จนออกทางสุสานไป

ทุกอย่างหายไป เรื่องราวชวนสยองของแก๊งค์ชิลล์ ที่เกิดพร้อมกันในเวลาเดียวกัน แต่เห็นและได้ยินไม่เหมือนกัน  เรื่องนี้นะ เราไม่ได้ปล่อยผ่านเลยไปเฉย ๆ คิดว่าเค้าต้องการบุญรึป่าว เลยชวนน้อง ๆ ไปล้างห้องน้ำพระสงฆ์

ล้างห้องน้ำวัด

เพื่อส่งบุญกุศลให้สิ่งที่หลาย ๆ คนได้พบเจอ นี่ขนาดพวกเราไปกันหลายคัน หลายคนนะ ยังชวนหลอนขนาดนี้ แล้วคิดดูซิ ผู้ชายคนนั้นที่เดินทางไปคนเดียว กลางค่ำกลางคืนแบบนั้น เค้าจะกลัวจะหลอนขนาดไหน เรื่องสิ่งลี้ลับ

เรื่องแบบนี้ มีทั้งคนที่เชื่อและไม่เชื่อ อย่าดราม่ากันเลย อ่านสนุก ๆ ถือซะว่าเป็นเรื่องเล่า ที่อุมาเอามาโม้ให้ฟังแล้วกัน เป็นเรื่องที่ช่วยเตือนใจว่า เวลาจะเดินทางไปไหนยามค่ำคืน ควรจะมีเพื่อนร่วมเดินทางไปด้วย ถ้ามีคนพื้นที่เตือน

ควรที่จะฟัง แล้วปฏิบัติตาม เราจะได้ไม่เจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด คาดฝันได้ ฝากอีกอย่างนะ กดติดตามพวกเราได้ในเพจ สายชิลล์พาเที่ยว คุณจะได้เห็นรูปภาพต่าง ๆ ที่พวกเราไปเที่ยวกันมา เผื่อเป็นไอเดียร์ เป็นข้อมูลให้เพื่อน ๆ

ไปเที่ยวได้ ใครจะไปเที่ยวไหน ขอให้เดินทางปลอดภัย เดินทางโดยสวัสดิภาพกันทุกคน ทุกทริปนะ รักษาสุขภาพให้แข็งแรง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ ใส่แมส พกเจลด้วย แล้วเจอกันใหม่ มาลุ้นกันว่าอุมาจะพาไปไหนกันอีก

กับทริป ไปไหน (ไม่รู้) กับชิลล์แก๊งค์ See you soon.