Latestสุขภาพ

สนามนี้มีเรื่องเล่า 1

สนามนี้มีเรื่องเล่า 1 เรื่องราวของเด็กอนุบาลและครูพลศึกษา อวบ เท่ห์ อย่างฉัน

วันนี้ฉันพาเด็ก ๆ ระดับชั้นอนุบาล 3/5 ออกเดินทางไกล
ระยะทางรวม ๆ แล้วน่าจะประมาณ 2 กิโลเมตร

เด็ก ๆ กลุ่มนี้กำลังทำกิจกรรม Project Approach เรื่อง “ทะเล”
ครูประจำชั้นจึงพามาศึกษาแหล่งเรียนรู้จริง
ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ส่วนฉัน…
ครูพลศึกษาประจำทริป
มีหน้าที่ดูแล สนับสนุน และพาเด็ก ๆ “เดินไปให้ถึง” อย่างปลอดภัย

สนามนี้มีเรื่องเล่า 1 ศูนย์การเรียนรู้ → ชายหาด → อควาเรียม

หลังจากทำกิจกรรมในศูนย์ฯ เสร็จ
ฉันพาเด็ก ๆ เดินเรียบชายหาด มุ่งหน้าไปยัง
สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำอ่าวคุ้งกระเบน (KKB Aquarium)

เด็ก ๆ เดินดูปลา
เดินไป ยิ้มไป
เดินวนแล้ว วนอีก

เสียงเล็ก ๆ เจื้อยแจ้วดังตลอดทางเดิน
เป็นเสียงที่ฟังแล้วรู้เลยว่า
“เด็ก ๆ มีความสุขจริง ๆ”

ครูพลศึกษาพาเด็กอนุบาลทำกิจกรรมจิตอาสาเก็บขยะริมชายหาด ในซีรีส์ สนามนี้มีเรื่องเล่า 1

จิตอาสาตัวจิ๋ว กับภารกิจเก็บขยะ

ความสนุกยังไม่จบแค่นั้น
เด็ก ๆ ได้ทำกิจกรรม จิตอาสาเก็บขยะริมชายหาดแหลมเสด็จ

หลังจากนั้น
ฉันพาเด็กทั้งหมดเดินยาวออกไปทางลานจอดรถด้านหลัง
ตรงนั้นมีทั้ง

  • ศูนย์เพาะพันธุ์ กวางรูซ่า

  • แกะ

  • เป็ด

เด็ก ๆ วิ่งเล่น ดูกวางกันอย่างสนุกสนาน
เหงื่อออก
แก้มแดงเป็นแถว
เหมือนลูกตำลึงเรียงกันมาเลยทีเดียว

เด็กอนุบาลเดินเรียนรู้ธรรมชาติในป่าชายเลนสนามนี้มีเรื่องเล่า 1

ป่าชายเลนกับการผจญภัยที่ไม่ได้วางแผน

จากนั้น
ฉันพาเด็ก ๆ เดินย้อนกลับลงไปที่
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนอ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี

แผนเดิมของครูประจำชั้นกับฉันคือ
👉 พัก กินขนม ดื่มน้ำ แล้วเตรียมกลับ

แต่เด็ก ๆ ไม่ยอมจบง่าย ๆ
เสียงเล็ก ๆ รบเร้าพร้อมกันว่า

“ครูคะ อยากไปเดิน ไกลแค่ไหนก็เดิน พวกหนูไม่เหนื่อย!”

และนั่นแหละ…
การผจญภัยในป่าชายเลนจึงถือกำเนิดขึ้น

“ไปกันเลยเด็ก ๆ
ครูปุ้มจะพาไปทัวร์เอง
ไม่ต้องห่วง ไม่มีหลงทางแน่นอน”

เด็ก ๆ หัวเราะคิกคัก
แล้วออกเดินไปพร้อมกัน

เด็กอนุบาลเรียนรู้นอกห้องเรียน สังเกตปลาและธรรมชาติบนสะพานไม้ ทุกก้าวคือการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง, เด็กอนุบาลเรียนรู้นอกห้องเรียน สังเกตปลาและธรรมชาติบนสะพานไม้ ทุกก้าวคือการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง, เด็กอนุบาลเรียนรู้นอกห้องเรียน สังเกตปลาและธรรมชาติบนสะพานไม้ ทุกก้าวคือการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง, Kindergarten students observing fish and nature on a wooden bridge, learning through outdoor experiences

สนามนี้มีเรื่องเล่า 1 ปลาตีนไม่มา ลิงแสมก็ไม่เจอ แต่ความสุขมาเต็ม

บรรยากาศในป่าชายเลน
ลมพัดเรื่อย ๆ
แดดรำไร
เด็ก ๆ เดินหาปลาตีนตามรากต้นแสมอย่างตั้งใจ

แต่วันนี้เป็นช่วงน้ำขึ้น
ไม่มีขี้เลน ไม่มีโคลน
ปลาตีนก็ไม่โผล่มาให้เห็น

เด็ก ๆ เลยเปลี่ยนเป้าหมาย
จาก “ปลาตีน”
เป็น “ลิงแสม”

คราวนี้ละ…
ตาเด็ก ๆ มองแต่ยอดต้นแสม ต้นโกงกาง
ไม่มองทางเดินเอาเสียเลย

ไอ้ครูพละอย่างฉันก็เริ่มใจไม่ดี
กลัวเด็กจะพลาดตกน้ำ

เลยต้องเปลี่ยนแผนฉับไว
ชวนเด็ก ๆ

  • หาปูก้ามดาบตามโขดหิน

  • ดูปลาตัวเล็ก ตัวน้อยแทน

โชคดีเหลือเกิน
เด็กเชื่อครู
ตั้งหน้าตั้งตาหากันอย่างสนุกสนาน

กว่าจะเดินวนออกจากป่า
ใช้เวลานานโข
แต่เด็กน้อยทุกคนมีความสุข
แก้มแดงสดใสเหมือนเดิม

เมื่อครูพละอดไม่ได้ ต้องสอนกลางทาง

เลือดพลศึกษาในตัวฉันไหลเวียนตลอดเวลา
เห็นเด็ก ๆ เริ่มเหนื่อย
ก็อดอธิบายไม่ได้ว่า

การเดิน
คือกิจกรรมที่ดีมากสำหรับเด็กอนุบาล
แต่ในโรงเรียนกลับไม่ค่อยได้ทำ
เพราะมันต้องใช้เวลา

ทั้งที่จริงแล้ว
การเดินเป็นการออกกำลังกายที่

  • ไม่ต้องใช้อุปกรณ์

  • แค่มีรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้าที่ถูกใจ 1 คู่ ก็พอ

การเดินช่วย

  • พัฒนาความตระหนักรู้เรื่องถนนหนทาง

  • สร้างความมั่นใจในการเคลื่อนไหว

  • ปลูกนิสัยรักการใช้ชีวิตแบบกระฉับกระเฉง

การเดินไกลในวันนี้
ทำให้เราได้เห็นอุปนิสัยของเด็กชัดขึ้น
เด็ก ๆ ชอบเดิน
ยิ่งมีเพื่อนเดินเยอะ ๆ ยิ่งสนุก

พวกเขาได้

  • สังเกตสิ่งรอบตัว

  • พบเจอผู้ใหญ่และเด็กคนอื่น ๆ

  • เรียนรู้การเข้าสังคมไปพร้อมกัน

ที่สำคัญ
การเดินไกลกว่าปกติ
ทำให้เด็ก ๆ สงบ มีความสุข และมีสมาธิมากขึ้น

พูดจบ
เด็ก ๆ ก็พยักหน้า
เหมือนเข้าใจในสิ่งที่ครูกำลังเล่าอธิบาย

หมดเวลาสนุก ได้เวลากลับบ้าน

ในที่สุด
ก็ถึงเวลาบอกลา

รถตู้ลุงเอก
รถตู้มาสเซอร์โอ่ง
มารอรับเด็ก ๆ แล้ว

“เดี๋ยวเราไปเจอกันที่โรงเรียนนะเด็ก ๆ”

วันนี้สนามไม่ได้สอนแค่เรื่องการเดิน
แต่มันสอนเรื่อง
“ความสุข ความอดทน และการเรียนรู้ระหว่างทาง”

และฉันเชื่อว่า
สนามนี้มีเรื่องเล่า 1 …
ยังมีเรื่องเล่าอีกมากมาย
รอให้เราเดินไปเจอด้วยกัน