วันนี้ฉันไปวัด 2
วันนี้ฉันไปวัด 2 วัดทะเลน้อย หรือ วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม วัดเก่าแก่แห่งเมืองระยอง กับเรื่องราวความเชื่อที่กำลังเป็นกระแส
ถ้าพูดถึงวัดทะเลน้อย หลายคนอาจจะยังไม่คุ้นชื่อ แต่ถ้าบอกว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงเรื่องการถอนคำสาบาน ขอขมา แก้บน และพิธีกรรมเกี่ยวกับความเชื่อต่าง ๆ เชื่อว่าหลายคนคงเริ่มร้องอ๋อขึ้นมาบ้างแล้ว
วัดแห่งนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า **วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาราม** ตั้งอยู่ที่บ้านทะเลน้อย หมู่ 6 ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
เดิมทีวัดแห่งนี้ก็เป็นวัดเก่าแก่ของชุมชนตามปกติ แต่ในช่วงหลังกลับเป็นที่รู้จักมากขึ้น โดยเฉพาะจากกระแสในโลกออนไลน์อย่าง TikTok ที่ทำให้คนรุ่นใหม่เริ่มรู้จักและเดินทางมาที่นี่กันมากขึ้น
เหตุผลสำคัญก็คงหนีไม่พ้นชื่อเสียงของโบสถ์มหาอุด และความเชื่อเกี่ยวกับการมาขอขมา ถอนคำสาบาน แก้บน ถอนคุณไสย หรือคลายสิ่งไม่ดีที่ติดตัวมา
มีความเชื่อกันว่า หากใครรู้สึกว่าชีวิตช่วงนี้ติดขัด ทำอะไรก็ไม่ค่อยขึ้น งานสะดุด ความรักมีปัญหา หรือเคยไปบนบานสาบานอะไรไว้ ไม่ว่าจะจำได้หรือไม่ได้ การมาขอขมาที่วัดแห่งนี้อาจช่วยให้รู้สึกสบายใจขึ้น และเหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
แน่นอนว่าเรื่องเหล่านี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคล จะจริงหรือไม่คงขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ ผู้คนจำนวนไม่น้อยเดินทางมาที่นี่ด้วยความศรัทธาและความหวัง

วันนี้ฉันไปวัด 2 วัดทะเลน้อย วัดดังใน TikTok
วันที่ฉันเดินทางไปวัดทะเลน้อย เป็นช่วงเวลาประมาณเที่ยงพอดี แดดแรงแบบไม่ไว้หน้าใครเลยค่ะ เรียกว่าร้อนชนิดที่ถ้าให้เดินกลางแจ้งนาน ๆ คงไม่ไหวแน่นอน
แต่พอเข้ามาในบริเวณวัด กลับรู้สึกแตกต่างจากบรรยากาศด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด
ภายในวัดค่อนข้างร่มรื่น แม้อากาศจะร้อน แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและสบายใจ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้อุโบสถเก่า ก็ยิ่งรู้สึกเหมือนได้หลุดออกจากความวุ่นวายข้างนอกไปชั่วขณะ
วันนั้นคนค่อนข้างเยอะจริง ๆ มีทั้งคนที่ตั้งใจมาไหว้พระ ทำบุญตามปกติ และคนที่เดินทางมาเพื่อทำพิธีเกี่ยวกับความเชื่อโดยเฉพาะ
สิ่งหนึ่งที่สะดุดตาฉันก็คือ หลายคนถือขนมปังปอนด์มาด้วย บางคนจุดธูปแล้วปักลงบนขนมปัง ก่อนจะนำไปวางไว้บริเวณหน้าโบสถ์มหาอุด
ฉันเองก็ไม่ได้ทราบรายละเอียดของพิธีกรรมทั้งหมด แต่เข้าใจว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการขอขมา ถอนคำสาบาน หรือสะเดาะเคราะห์ตามความเชื่อของแต่ละคน
นอกจากนี้ยังเห็นคุณป้าท่านหนึ่งกำลังกล่าวคำบางอย่างให้กับผู้ที่มาทำพิธี น้ำเสียงจริงจัง ดูมีประสบการณ์ ส่วนคนที่มาด้วยก็ตั้งใจฟังกันมาก
แม้ฉันจะไม่ได้เข้าไปร่วมพิธี แต่แค่ยืนสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ ก็สัมผัสได้ถึงพลังศรัทธาของผู้คนที่เดินทางมาที่นี่

ถอนคำสาบาน
ฉันไม่ได้มาถอนคำสาบาน แต่มาหาความสงบ ถึงวัดแห่งนี้จะมีชื่อเสียงในเรื่องสายมู แต่สำหรับฉัน การเข้าวัดไม่จำเป็นต้องรอให้ชีวิตมีปัญหาเสียก่อนถึงจะมาได้
ส่วนตัวฉันเป็นคนชอบเข้าวัดอยู่แล้ว เพราะรู้สึกว่าวัดเป็นสถานที่ที่ทำให้จิตใจเย็นลง ได้พักจากความวุ่นวาย ได้ทบทวนตัวเอง และได้เติมพลังใจให้ตัวเองแบบง่าย ๆ
เมื่อเข้าไปในโบสถ์มหาอุด ฉันก็ทำตามที่เคยทำเป็นประจำ เริ่มจากกราบพระ สวดนะโม 3 จบ แล้วสวดบทสวดที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้
หลังจากนั้นก็ลองนั่งสมาธิดูสักหน่อย
วิธีของฉันก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร แค่กำหนดลมหายใจเข้าเป็น 1 ลมหายใจออกเป็น 1 แล้วนับไปเรื่อย ๆ นั่งไปได้ประมาณ 9–10 ครั้ง ก็ถือว่าใช้ได้แล้วค่ะ เพราะเป็นคนสมาธิสั้นเหมือนกัน
แต่แปลกนะคะ ถึงจะนั่งอยู่ไม่นาน กลับรู้สึกดีมากอย่างบอกไม่ถูก เหมือนมีพลังงานบวกบางอย่างอยู่ในสถานที่แห่งนั้น รู้สึกสงบ ปลื้มปิติ และเบาใจขึ้นมาอย่างประหลาด
บางทีความสุขก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่โตอะไรเลย แค่เราได้หยุดนิ่ง อยู่กับตัวเอง และปล่อยให้ใจได้พักสักไม่กี่นาที ก็มีความสุขได้แล้ว

อุโบสถเก่าแก่จากปลายกรุงศรีอยุธยา
นอกจากเรื่องความเชื่อที่ทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจมากก็คือความเก่าแก่ของอุโบสถหลังเดิม
มีการสันนิษฐานว่าอุโบสถหลังนี้น่าจะสร้างขึ้นพร้อมกับวัด ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา ก่อนการเสียกรุงครั้งที่ 2 แม้จะยังไม่ทราบปีที่สร้างอย่างแน่ชัดก็ตาม
ตัวอาคารเป็นงานก่ออิฐถือปูน มีขนาดกว้างประมาณ 6 เมตร และยาว 10.70 เมตร หลังคาทรงไทยลดชั้น เดิมมุงด้วยกระเบื้องดินเผาไม่เคลือบ มีประตูทางเข้าด้านหน้า 2 ช่อง และหน้าต่างด้านข้างฝั่งละ 4 ช่อง
สำหรับฉัน เสน่ห์ของอาคารเก่าเหล่านี้อยู่ตรงที่มันไม่จำเป็นต้องสวยงามเหมือนสิ่งก่อสร้างใหม่ ๆ แต่กลับมีความงามที่เกิดจากกาลเวลา
ลองคิดดูนะคะว่า อาคารหลังนี้ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ มานานหลายร้อยปี ผู้คนในอดีตเคยเดินเข้าออก เคยมากราบพระ เคยมาทำบุญ และเคยใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่พึ่งทางใจเหมือนกับเราในวันนี้
แค่คิดก็รู้สึกว่าอาคารเก่า ๆ เหล่านี้มีเรื่องราวให้เราได้จินตนาการมากมายเลยค่ะ

หลวงพ่อโครงหวาย พระพุทธรูปที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
เมื่อเข้ามาภายในอุโบสถเก่า สิ่งสำคัญที่ไม่ควรพลาดก็คือการสักการะหลวงพ่อโครงหวาย พระประธานของอุโบสถแห่งนี้
พระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย มีความพิเศษตรงที่โครงสร้างภายในองค์พระทำจากไม้หวาย ก่อนจะนำมาฉาบปูนและปิดทองจนมีความงดงามอย่างที่เห็น
ถือเป็นพระพุทธรูปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างมาก และมีการกล่าวกันว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีลักษณะเช่นนี้เพียงองค์เดียวในประเทศไทย
นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าว่าหลวงพ่อโครงหวายเป็นพระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ซึ่งทำให้พระพุทธรูปองค์นี้มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และความศรัทธาของผู้คนมากยิ่งขึ้น
สำหรับคนที่ชอบเที่ยววัดเก่า ๆ ฉันคิดว่าจุดนี้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ เพราะนอกจากจะได้กราบพระแล้ว ยังได้เห็นงานพุทธศิลป์ที่มีความน่าสนใจและแตกต่างจากพระพุทธรูปทั่วไปด้วย

ของเก่าที่ได้รับการดูแลรักษาให้คนรุ่นหลังได้เห็น
แน่นอนว่าอุโบสถที่มีอายุเก่าแก่มาหลายร้อยปี ย่อมต้องผ่านช่วงเวลาที่ตัวอาคารทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
ต่อมาทางวัดได้ร่วมกับหน่วยงานด้านศิลปากรดำเนินการบูรณะซ่อมแซม โดยพยายามรักษารูปแบบดั้งเดิมเอาไว้ให้มากที่สุด เพื่อให้โบราณสถานแห่งนี้ยังคงความงดงามและอยู่คู่กับชุมชนต่อไป
ฉันคิดว่าการรักษาอาคารเก่าแบบนี้เป็นเรื่องที่น่านับถือมากนะคะ เพราะสิ่งที่ได้รับการอนุรักษ์ไม่ได้มีเพียงแค่อิฐ ปูน หรือรูปทรงของอาคารเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องราวและความทรงจำของผู้คนในชุมชนที่ผูกพันกับวัดแห่งนี้มาหลายชั่วอายุคนด้วย
ภายในวัดยังมีอะไรให้ชมอีกบ้าง นอกจากโบสถ์มหาอุดและหลวงพ่อโครงหวายแล้ว ภายในวัดยังมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายจุดที่สามารถเดินชมได้
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
มีรูปปั้นสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพร้อมดาบ ประดิษฐานอยู่ในบริเวณวัด ดูสง่างามและน่าเกรงขาม ใครที่มีความศรัทธาก็สามารถแวะไปกราบสักการะได้

ศาลเจ้าแม่ตะเคียน
จุดนี้น่าจะถูกใจสายเสี่ยงโชคไม่น้อยเลยค่ะ เพราะมีไม้ตะเคียน แป้งขาว และชุดไทยแขวนอยู่ให้เห็นจำนวนมาก แค่เดินผ่านก็พอจะเดาได้ว่ามีผู้คนแวะเวียนมาขอพรเรื่องโชคลาภกันไม่น้อย

เจดีย์เก่า
อีกหนึ่งจุดที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศของวัดเก่าแก่แห่งนี้ ใครที่ชอบชมโบราณสถานก็สามารถเดินแวะชมได้เช่นกัน

วัดเดียว ไปได้หลายสาย ครบทุกฟีล ถ้าถามฉันว่าวัดทะเลน้อยเหมาะกับใครบ้าง คงตอบได้เลยว่าแทบทุกคน เพราะแต่ละคนสามารถเดินทางมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน
สายมูอาจมาเพื่อขอขมา ถอนคำสาบาน หรือแก้บน
สายบุญก็มาไหว้พระ ทำบุญ และใช้เวลาอยู่กับความสงบ สายประวัติศาสตร์ก็มีอุโบสถเก่าและเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชให้ได้ศึกษา
ส่วนสายเที่ยวก็สามารถเดินชมบรรยากาศวัดโบราณ และเก็บภาพความประทับใจได้ส่วนสายเลขเด็ดก็มีศาลเจ้าแม่ตะเคียนให้แวะไปตามความเชื่อของแต่ละคน
เรียกได้ว่าเป็นวัดเดียวที่มีหลายบรรยากาศ หลายเรื่องราว และตอบโจทย์คนได้หลายกลุ่มจริง ๆ
บทส่งท้าย…บางครั้งเราอาจได้อะไรมากกว่าที่ตั้งใจมา
สำหรับทริปนี้ จุดเริ่มต้นของฉันไม่ได้มีอะไรพิเศษเลยค่ะ เป็นเพียงการเดินทางไปต่อทะเบียนรถธรรมดา ๆ แต่กลับมีโอกาสได้แวะมาทำความรู้จักกับวัดเก่าแก่แห่งนี้
ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่เมื่อได้เดินชม ได้เข้าไปกราบพระ และได้นั่งสงบจิตใจอยู่ภายในโบสถ์ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ทำให้รู้สึกประทับใจเกินคาด
บางคนอาจเดินทางมาที่นี่เพราะความเชื่อเรื่องการถอนคำสาบาน บางคนอาจต้องการปลดปล่อยเรื่องหนัก ๆ ที่อยู่ในใจ บางคนอาจมาเพื่อขอพรเรื่องโชคลาภ
ส่วนฉัน…แค่อยากหาความสงบให้ตัวเองสักหน่อยเท่านั้น
ไม่ว่าจะเดินทางมาด้วยเหตุผลอะไร ฉันคิดว่าการได้มีโอกาสแวะเข้าวัดเก่า ๆ สักแห่ง ได้เห็นประวัติศาสตร์ ได้เรียนรู้เรื่องราวของสถานที่ และได้ใช้เวลากับตัวเองบ้าง ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีไม่น้อย
ถ้าใครมีโอกาสเดินทางผ่านอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ลองแวะมาทำความรู้จักกับวัดทะเลน้อย หรือ วัดราชบัลลังก์ประดิษฐารามกันดูนะคะ
เผื่อคุณจะไม่ได้แค่ได้ไหว้พระ แต่ยังได้ความรู้สึกสบายใจบางอย่างติดตัวกลับไปเหมือนกับฉันก็ได้

