วาเลนไทน์ในทุกปี
ฉันเป็นครูพลศึกษา สอนเด็ก ๆ ระดับอนุบาล ตั้งแต่ อ.1 ถึง อ.3 เอาจริง ๆ ทุกครั้งที่ถึงวันวาเลนไทน์ ฉันมักจะเห็นภาพเดิมซ้ำ ๆ ทุกปีเสมอ เด็กอนุบาลจะพากันซื้อสติ๊กเกอร์รูปหัวใจมาติดให้ครูและเพื่อน ๆ ในห้องเรียน
ส่วนเด็กโตขึ้นมาหน่อย อย่างระดับประถม จะเป็นดอกกุหลาบ บางคนถือมาเป็นกำ ๆ 10–20 ดอก
นี่แหละ… วาเลนไทน์ในทุกปี (ของฉัน)
การได้รับสติ๊กเกอร์หรือดอกกุหลาบจากเด็ก ๆ ทำให้ฉันรู้สึกดีมาก ๆ แต่บางปี สติ๊กเกอร์รูปหัวใจก็ถูกติดรอบตัวฉันจนเต็มเสื้อ เต็มกางเกง
จนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลัง “ปิดทองรอบองค์พระ” ยังไงยังงั้นเลย มันตลกดี และน่าเอ็นดูมาก ๆ เวลาที่เด็ก ๆ วิ่งมาแย่งกันติดสติ๊กเกอร์ให้ครูแต่ละคน
ความสุขเล็ก ๆ ในทุก ๆ ปีของครูอนุบาล ก็มักจะเป็นแบบนี้แหละ ความสุขที่ไม่ต้องใช้เงินเลยด้วยซ้ำ พอตกตอนเย็น หลังเลิกเรียน ฉันกับเพื่อนครูสนิทอีกสองคน
จะออกมายืนดูเด็ก ๆ หอบดอกกุหลาบกลับบ้าน พร้อมกับยืนแซวเด็กคนนั้นคนนี้
“อุ๊ย…ใครให้มาอะ ดอกกุหลาบช่อเบ่อเร่อเลย”
เด็กคนไหนที่เริ่มจะมีป๊อบปี้เลิฟแล้ว ก็มักจะเขิน แค่นั้นเราก็จับทางได้ทันทีเลยต้องขยี้ถามต่อ
“ใครให้มา บอกมานะ”
ส่วนใหญ่เจ้าตัวไม่ตอบหรอก เพื่อน ๆ จะเป็นคนตอบชื่อให้แทน เด็กจะวิ่งหนี พวกเราสามคนก็ยืนหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน
ภาพแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำ ๆ ทุกปี ไม่เคยเปลี่ยนเลย ฉันยืนแซวเด็ก ๆ แบบนี้มาเกือบ 10 ปี เพราะฉันทำงานอยู่ที่โรงเรียนแห่งนี้มา 10 ปีเต็ม ๆ
ได้เห็นเด็ก ๆ ที่เคยตัวเล็กนิดเดียวในวัยอนุบาล ค่อย ๆ เติบโตขึ้นปีแล้วปีเล่า บางคนตอนนี้เรียนจบ ม.3 ไปแล้ว
วาเลนไทน์ในทุกปี
เด็กหลายคนอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันวาเลนไทน์คืออะไร มีที่มาอย่างไร หรือเริ่มต้นจากประเทศไหน แต่เด็กส่วนใหญ่รู้แค่ว่า “วันนี้คือวันแห่งความรัก”
แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ถ้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ตรงกับวันที่ฉันมีสอน ฉันก็มักจะเล่าให้เด็ก ๆ ฟังถึงประวัติความเป็นมาแบบคร่าว ๆ พร้อมย้ำเสมอว่า
ความรักไม่ใช่แค่เรื่องของแฟนเท่านั้น เราควรรักพ่อแม่ รักครู รักเพื่อน รักทุกคนที่ดีกับเรา และที่สำคัญที่สุด คือ “รักตัวเอง” ให้เป็น
เพราะถ้าเรารักตัวเองเป็น เราก็จะมีความสุขได้ในทุก ๆ วัน ไม่ใช่แค่เฉพาะวันวาเลนไทน์เท่านั้น
วันวาเลนไทน์ของฉัน วาเลนไทน์ในทุกปี
สำหรับตัวฉันในปัจจุบัน วาเลนไทน์ก็เป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง ไม่ใช่วันพิเศษหวือหวาอะไร ไม่มีดอกไม้ ไม่มีของขวัญให้แฟน
เป็นวันที่ใช้ชีวิตปกติ เหมือนวันอื่น ๆ อาจจะด้วยวัย 40+ ที่โตขึ้นแล้วด้วยมั้ง หรืออาจเป็นเพราะนิสัยของฉันเอง เพราะเพื่อน ๆ ฉัน วัยเดียวกัน ยังหาของขวัญให้สามีอยู่เลย
ตลกตัวเองจริงเชียว แต่ตอนเราสาว ๆ เราก็ซื้อดอกไม้จีบหนุ่มนะ พับนกกระดาษพันตัวใส่โหลแก้ว แกะฮาร์ทบีทเอาไปคลุกน้ำตาล แล้วเรียงใส่ขวดโหล
ส่งคำกลอนน้ำเน่าผ่านเพจเจอร์อีกต่างหาก หรือมันจะเต็มที่เกินไปซะตั้งแต่วัยรุ่น แต่วันวาเลนไทน์ของทุกปี ฉันกับแฟนต้องออกไปหาอะไรกินนอกบ้าน
บ้านเราก็เติมความหวานให้กันทุกวันนะ เห็นห้าว ๆ แบบนี้ ฉันกับแฟนก็หวานเจี๊ยบสม่ำเสมอ ถึงฉันจะอวบ จะอ้วน
แต่แฟนฉันก็ถ่ายรูปให้ฉันได้ผอม สวย และเซ็กซี่ โดยไม่ต้องผ่านแอปเลย ชีวิตฉันไม่ต้องการอะไรมากกว่าไปกว่านี้แล้วแหละ
ความหมายของวันวาเลนไทน์
วันวาเลนไทน์มีที่มาจากนักบุญวาเลนไทน์ ซึ่งเชื่อกันว่าแอบช่วยประกอบพิธีแต่งงานให้คู่รัก ในยุคที่การแต่งงานถูกห้าม
การกระทำเล็ก ๆ ในวันนั้น จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของความรัก ความเมตตา และความกล้าหาญ ที่ยืนอยู่ข้างความรู้สึกของมนุษย์
เมื่อเวลาผ่านไป ความหมายของวันวาเลนไทน์ก็เปลี่ยนรูปไปตามยุคสมัย กลายเป็นวันที่ผู้คนแสดงความรักต่อกัน ผ่านดอกกุหลาบ ช็อกโกแลต การ์ด หรือของขวัญเล็ก ๆ ที่ตั้งใจมอบให้คนสำคัญ
สำหรับฉันในปีนี้ วาเลนไทน์อาจเป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่ง ที่มีเนื้อย่าง ส้มตำและคนข้าง ๆ ที่ยังพยายามทำงานให้ดีที่สุด แค่นั้นก็มากพอแล้ว

ขอให้วันวาเลนไทน์ปี 2026
เป็นวันที่ทุกคนยังไม่ลืมความหมายของคำว่า “รัก”
ในแบบที่อ่อนโยนกับตัวเองและคนรอบข้าง




