ลดน้ำหนักแบบ IF คืออะไร แล้วทำไมบางคนทำ IF แล้วถึงพุงป่อง

หลาย ๆ คนน่าจะเคยผ่านวิธีการทำ Intermittent Fasting หรือ การ ลดน้ำหนักแบบ IF มาแล้ว แม่หมีเป็นอีก 1 คน ที่ใช้วิธีนี้ในการลดน้ำหนักด้วยเช่นกัน แล้วอะไรคือ การลดน้ำหนักด้วยวิธี IF ล่ะ วันนี้แม่หมีจะมาอธิบายให้สาว ๆ ที่อยากคุมอาหาร ลดไขมันได้รู้กันจ้า

ลดน้ำหนักแบบ IF หรือ Intermittent fasting คืออะไร

IF หรือ Intermittent fasting นั่นคือ การจำกัดเวลาในการกินอาหาร ไม่ใช่การอดอาหารนะทุกคน ตีความหมายกันดี ๆ นะ ซึ่งกินเป็นเวลาเพราะถูกจำกัดเวลาในการกิน

กับอดอาหาร คนละเรื่องเดียวกันนะ เราจะต้องมาเรียนรู้ ความรู้พื้นฐานกันก่อน การกิน IF นั้นเราจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงเวลาที่อด หรือ Fasting และอีกช่วงเวลาหนึ่ง

คือ ช่วงเวลากินได้นั่นเอง ในระหว่างที่เราทำ Fasting นั้น สิ่งที่กินได้คือ น้ำป่าว กาแฟดำ โซดา และน้ำชา ซึ่งเป็นเครื่องดื่มที่ไม่ต้องปรุงรสชาติ เพื่อเป็นการไม่ไปกระตุ้นอินซูลิน

กาแฟดำช่วย ลดน้ำหนักแบบIF ดื่มกาแฟดำระหว่างทำ IF ทำ IF เพื่อลดความอ้วน

ลดน้ำหนักแบบ IF แบ่งง่าย ๆ ดังนี้

  1. แบบ 16/8 คือ ระยะเวลาในการกิน 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง
  2. แบบ 18/6 คือ ระยะเวลาในการกิน 6 ชั่วโมง และอดอาหาร 18 ชั่วโมง หลักการกินนี้คือ กินเพื่อผอมแน่นอน Lean gain
  3. แบบ20/4 คือ ระยะเวลาในการกิน 4 ชั่วโมง และอดอาหาร 20 ชั่วโมง หรือ 23/1 คือ ระยะเวลาในการกิน 1 ชั่วโมง และอดอาหาร 23 ชั่วโมง การกินแบบนี้คือ warrior diet เป็นการกินในรูปแบบนักรบกันเลยทีเดียว
  4. แบบ 24/24 คือ การกินแบบอดอาหาร 1 วัน และกิน 1 วัน เรียกว่า eat stop eat การกินแบบนี้หลายคนอาจจะมองว่าดีรึป่าว แต่การกินแบบนี้ เป็นการพักร่างกายเพื่อให้รีเซตเข้าสู่สภาวะที่ดีขึ้น หาเรางดนานกว่า 24 ชั่วโมง ยาวไปจนถึง 72 ชั่วโมง จะถูกเรียกว่า prolong fasting ซึ่งมีประโยชน์ในเรื่องของ autophagy  การผลัดเซลล์ ในส่วนของตรงนี้นั้น ได้มีการศึกษาพบว่า เปลือกหุ้มเซลล์บริเวณส่วนปลายของโครโมโซมนั้นมีการสื่อสารกับกระบวนการผลัดเซลล์ จึงทำให้เซลล์จัดการตัวเองก่อนที่มันจะลุกลามกลายเป็นเนื้อร้าย ดังนั้นจึงมีส่วนช่วยในการป้องกันมะเร็งได้เป็นอย่างดี

Intermittent Fasting ลดน้ำหนักแบบIF ช่วยลดไขมัน การกินแบบ IF

หลายคนอาจจะงง รู้แหละว่า ถ้ากินแบบ 18/6 คือ ต้องอดในช่วง 18 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 18 ชั่วโมง นั้นเราไม่สามารถทานอาหารได้เลย นอกเหนือจากที่บอกมาด้านบน

แล้วเวลาที่ต้องกิน 6 ชั่วโมง กินแบบไหนล่ะ แม่หมีว่าคนที่ไม่เคย ลดน้ำหนักแบบ IF ต้องคิดว่า กินได้ตลอดระยะเวลา 6 ชั่วโมงแน่นอน ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ ให้เรากิน

เป็นมื้ออาหาร คือ กิน 2 – 3 มื้อ แต่ควรกินให้อิ่มนะ ไม่ใช่อยากจะผอมไว ๆ ทำ IF แล้วยังกินไม่อิ่มอีก คุณจะได้รับสารอาหารไม่พอนะ แล้วจะส่งผลเสียต่อสุขภาพด้วย

การดื่มน้ำ สูตรการดื่มน้ำ ประโยชน์ของการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

ลดน้ำหนักแบบIF ลดความอ้วนด้วยIF การทำIF เพื่อลดน้ำหนัก

ลดน้ำหนักแบบ IF ช่วยให้มีสุขภาพกายและใจที่ดี

อย่างที่บอกเราเองก็ใช้วิธีนี้ในการลดน้ำหนักเช่นกัน กว่าจะปรับร่างกายให้ชินได้ ต้องผ่านอะไรมาเยอะเชียว แม่หมีเลยเอาทริกดี ๆ มาฝาก ทุก ๆ คนที่กำลังจะลดน้ำหนักในวิธี IF

1.สร้างพลังบวกให้ตัวเอง โดยการตั้งเป้าหมายในการลดน้ำหนักครั้งนี้ให้ชัดเจน ยกตัวอย่างแม่หมีเองละกัน ตอนที่เราศึกษาวิธีนี้ แม่หมีตั้งเป้าไว้ว่า ก่อนอายุ 40 ขวบในปีนี้

จะลดน้ำหนักให้เหยียบที่เลข 6 ให้ได้ จากน้ำหนัก 82 – 83 กิโลกรัม และเอวต้องเหลือประมาณ 32 นิ้ว จาก 38 นิ้ว นี่คือ การตั้งเป้าหมายของแม่หมี จากวันนั้นจนวันนี้ แม่หมีอดทน

และในที่สุด เราประสบความสำเร็จเรียบร้อย ตอนนี้น้ำหนักอยู่ที่ 69 กิโลกรัม เอว 31 นิ้ว ในระยะเวลา 5 เดือน ด้วยการ ลดน้ำหนักแบบ IF ต่อสู้กับตัวเองนี่แหละ รักษาวินัยให้ดี

2. เราต้องเตรียมตัว เตรียมใจให้พร้อมในการปรับตัวให้เราสู่ความสำเร็จ แม่หมีจะไม่ค่อยเน้นในการชั่งน้ำหนักเท่าไหร่ นาน ๆ จะเหยียบตราชั่งซะที ส่วนใหญ่จะเป็นวัดรอบเอว

อาจจะวัดรอบและชั่งน้ำหนักทุก ๆ 2 สัปดาห์ เพื่อเป็นการดูพัฒนาการของร่างกายเราเอง ว่าตอบสนองกับวการ ลดน้ำหนักแบบ IF หรือไม่ ถ้ายังรู้สึกว่า ไม่โอเคตามที่ต้องการ

อาจจะปรับในเรื่องของอาหารการกิน เลือกที่จะกิน อันไหนกินได้ อันไหนกินแล้วไม่ดี ต้องไปเรียนรู้เพิ่มเติม หรือ ปรับในเรื่องการออกกำลังกายด้วย ว่าควรออกกำลังกายแบบใด

แม่หมีอุมาทำIF การทำIF เพื่อลดไขมัน ลดความอ้วนด้วยIF วิธีการทำIF

3. ตื่นนอนมาพร้อมดื่มน้ำ 1 แก้ว การทำ IF สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ “น้ำ” หลับมาตั้งหลายชั่วโมง ตื่นมาจัดน้ำไปเลย 1 แก้ว เพราะว่าน้ำช่วยทำให้เราลดภาวะการเป็นโรคหัวใจและ

โรคเบาหวานได้ด้วย อีกทั้งเป็นการกระตุ้นกลไกการกินตัวเองของเซลล์ เป็นการฟื้นฟูตัวเองแบบธรรมชาติ และช่วยชะลอความแก่ด้วย

4. คาเฟอีนช่วยเราได้ ระหว่างช่วงเวลาที่ไม่ได้กินอาหาร ไม่ว่าจะเป็น กาแฟดำ ชาเขียว ชาดำ ชาอู่หลง ที่ไม่เพิ่มรสชาติ คาเฟอีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และยังช่วยไปเร่ง

ระบบเผาผลาญไขมันอีกด้วย ถ้าใครมีอบเชยนะ ให้ใส่ลงไปด้วยจะช่วยชะลอการส่งอาหารจากกระเพาะไปยังลำไส้เล็ก ดังนั้นเราจะอิ่มท้องได้นานขึ้น ไม่หิวง่าย เราจึงไม่กินจุกจิก

ดังนั้นในระหว่างที่เราทำ IF แล้วรู้สึกหิวข้าว หิวขนม มันเป็นเรื่องปกติในการทำช่วงแรก ๆ ให้เราจิบน้ำ จิบกาแฟ จิบชา จิบโซดา ได้เรื่อย ๆ แล้วความหิวจะค่อย ๆ หายไปเองจ้า

ทำ If กินน้ำน้อย มีกลิ่นปาก ทำ IF ต้องกินน้ำ ลดน้ำหนักแบบIF

ทำไมทำ IF แล้วพุงป่อง ความรู้เพิ่มเติมจากแพทย์แผนไทย

สาว ๆ หลายคนน่าจะเคยเจอปัญหา ฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย ทำไมฉันพุงป่อง พุงยื่น ทั้ง ๆ ที่อยู่ในช่วง IF นั่นอาจจะมาจากสาเหตุของความเครียด หรือการออกกำลังกายที่หนัก

จนร่างกายไม่โอเค หักโหมเกินไป ฮอร์โมนความเครียดที่ชื่อว่า คอร์ดิซอล (Cortiso) จะหลั่งออกมา ถ้าเกิดความเครียดแบบระยะยาว จะหลั่งสูงมาก ปัญหาที่ตามมาคือ

สภาวะกล้ามเนื้อสลาย มีไขมันสะสมแถว ๆ พุงด้านล่าง ขี้วีน เหวี่ยงง่าย ความจำสั้น เรี่ยวแรงหดหาย และมีอาการอยากกินแต่ของหวาน ๆ นอกจากสาเหตุนี่ ยังมีอีกสาเหตุหนึ่ง

ที่แม่หมีจะเล่าให้ฟัง แพทย์แผนไทยได้อธิบายได้ว่า เมื่อเราหิวข้าวหนัก ๆ ใน ช่วงที่ทำ IF นั้น กระเพาะอาหารจะสร้างน้ำย่อยขึ้นมา เพื่อบอกตัวเราว่า เฮ้ย เจ้ามนุษย์ แกต้องหาข้าว

กินได้แล้วนะ มันถึงเวลาแล้ว นี่แหละธาตุไฟจึงเกิดขึ้น พอท้องร้องจ๊อก ๆ ไปนาน ๆ ธาตุไฟจะไปสร้างธาตุลมขึ้นอีกทีในกระเพาะของเรา พุงจึงป่อง นั่นเอง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ

ว่าตอนนี้ในร่างกายของเราเกิดธาตุไฟ สังเกตได้จาก บางคนอาจจะมีอาการปากแห้ง บางคนอาจจะมีอาการปากเหม็น เราจึงบอกว่า น้ำ คือส่วนสำคัญ ที่ไม่ทำให้ท้องเราว่างนั่นเอง

วิธีกินอาหารแบบIF ลดน้ำหนักด้วยการกินIF ช่วงเวลากิน IF

ถ้าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ลด ละ เลิก อาหารที่มีทำให้เกิดโทษ เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ และกินแต่พอดี ไม่มากเกินไป หรือน้อยเกินไป ร่างกายของเรา

จะแข็งแรง มีสุขภาพที่ดี กว่าแม่หมีจะได้สุขภาพที่ดี เลือดไม่จาง ไม่มีความดัน เบาหวานไม่ถามหา ไม่นอนกรน เอวกว่าจะลงแต่ละเซนติเมตร เราผ่านอะไรมาเยอะมาก พยายาม

สุด ๆ ทีเดียวแหละ ซึ่งผลลัพท์ที่ได้มา มันดีต่อใจเราจริง ๆ แม่หมีขอเป็นกำลังใจให้กับสาว ๆ ทุกคนด้วยนะคะ มาดูแลตัวเองให้สุขภาพดีไปพร้อม ๆ กันนะ

ที่มา :