เขาคิชฌกูฏ ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของรอยพระบาท

หาข้อมูล ก่อนไป (เขาคิชฌกูฏ ตอนที่ 1)

เมื่อสมัย ตอนที่อยู่กรุงเทพฯ มีพี่สาวคนหนึ่งที่ทำงานด้วยกัน เล่าเรื่องของ เขาคิชฌกูฏ กับตำนานความเฮี้ยนและความศักดิ์สิทธิ์ ของป่าและภูเขา เมื่อสมัยที่ท่านพ่อเขียน

ยังเป็นผู้ทำพิธีเปิดและปิดป่า พี่สาวเล่าว่า สถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่เขาที่จะขึ้นรถจากหน้าบ้านแล้วไปถึงเขาได้ แบบสบาย ๆ ไม่ใช่แบบเขาใหญ่ เขาเขียว มันไม่ได้สบาย

แบบนั้นหรอกนะ คนละแบบเลยทีเดียว เอ็งเคยนั่งรถผ่านทาง ขรุขระ เจอหลุม เจอบ่อ นั่นยังเด็ก ๆ นัก เมื่อเทียบกับการไปขึ้นเขาแห่งนี้ การที่เราจะเดินขึ้นสู่ยอด เขาคิชฌกูฏ

ไม่ใช่เดินกันง่าย ๆ คนที่ไม่เชื่อถือ คนที่ไม่ศรัทธา จะถูกเทวดา ผีป่าที่คอยปกปักรักษารอยพระพุทธบาท ลงโทษ อยู่บ่อย ๆ ข้าจะเล่าให้เอ็งฟัง มันมีเหตุการณ์หนึ่ง

ถนนขึ้นเขาคิชฌกูฎ

ที่ข้าฟังมาจากชาวบ้านแถวนั้น เขาเล่าว่า มีหนุ่มคนหนึ่ง เดินทางมาจากต่างจังหวัด พวกนั้นได้จัดทัวร์ทำบุญเพื่อที่จะขึ้นเขา ไปไหว้รอยพระบาท ในช่วงเวลากลางคืน

ตลอดการเดินทาง ตั้งแต่ตีนเขาของผู้ชายคนนี้ ขาดความสำรวม อยากจะไปแต่เที่ยวเล่นสนุก ๆ กับเพื่อน ๆ เท่านั้น โวยวาย ตะโกน โหวกเหวก จนเพื่อน ๆ ที่มา ก็ส่ายหัว

แต่ก็ทำเป็นไม่สนใจ ก้มหน้าก้มตาเดินกันต่อไป พากันไปนมัสการกราบไหว้รอยพระพุทธบาท ส่วนผู้ชายคนนั้น เมื่อขึ้นมาถึงรอยพระบาทก็ขำเพื่อนเบา ๆ ที่ก้มลงกราบรอยพระพุทธบาท

เขาได้ตะโกนถามเพื่อน พวกแกทำอะไร เดินมาตั้งไกล เพื่อที่จะกราบไหว้ก้อนหิน ก้อนนี้เหรอ แถมเจ้าคนนั้น ไม่ยอมถอดรองเท้า เข้าไปในลานพระพุทธบาทด้วยนะเอ็ง

เจ้าหน้าที่เตือนให้มันไปถอดรองเท้า หลังจากนั้นความบันเทิง ที่เกิดจากพฤติกรรมของมันก็เกิดขึ้น มันง่วงนอน เลยหาที่จะซุกหัวนอนซักงีบ มันเดิน ๆ ไป ตรงลานหิน

ทางด้านล่างของรอยพระพุทธบาท แล้วมันก็ฝันเว้ย ฝันว่ามันตกจากที่สูง แต่จริง ๆ มันไม่ได้ฝัน มันไถลตกเขากลิ้งไปหัวกระแทกก้อนหินหัวแตก มีแผลเพียบเลย

พี่สาวเล่าจบไป 1 เรื่อง ที่ได้ฟังมา แล้วมาถ่ายทอดต่อให้อุมาฟังอีกที เออ ข้ามีอีกเรื่อง ไหน ๆ เอ็งมาถามข้าละ ข้าจะเล่าให้ฟังอีกเรื่อง เวลาเอ็งไป เอ็งจะได้รู้ไว้ ว่าที่นี่ของจริง

ศักดิ์สิทธิ์เป็นแน่แท้ คนเก่าแก่เล่าต่อ ๆ กันมาว่า มีผู้หญิงวัยรุ่น จะเข้าลานพระพุทธบาท แต่นางไม่ได้ถอดรองเท้า ข้าคิดว่านางตั้งใจ ที่จะไม่ถอดรองเท้า

อุทยาแห่งชาติ เขาคิชฌกูฏ

เพราะคนอื่นที่เขาไปไหว้ เขาถอดรองเท้ากันหมด จะไม่สังเกต ไม่มองเลยรึไง มันเหมือนไม่เคารพปูชนียสถาน อยู่ ๆ เกิดลมพัดโคตรแรงเลย ผู้หญิงคนนั้น นางเสียหลัก

ทรงตัวไม่อยู่ ข้าว่ามันคงยืนตรงพื้นที่เอียง ๆ ด้วยมั้ง นางล้มเว้ย ล้มไปชนกับก้อนหิน สลบไปเลย กว่าจะฟื้นเล่นเอา เพื่อน ๆ นางโวยวายกันใหญ่ เราฟังแล้วรู้สึกว่า

น่ากลัวมาก มันคือเรื่องเล่า ของคนเก่าก่อน บางทีคนสมัยนี้ทำอะไร คิดน้อยไปหน่อย ในเรื่องรองเท้า บางทีอาจจะพลั้งเผลอ ฟังแล้วกลัว จะไปดีมั้ยหนอ ด้วยความที่

ไอ้ตัวเราเองเป็นคนซุ่มซาม  พลาดขึ้นมา จะเป็นยังไงนี่ เอ็งจะไปมั้ย พี่สาวถามอีกที เราทำหน้าหนักใจ อยากไปนะแต่กลัวเลย หลังจากฟังเรื่องเล่า แต่ถ้าใจเราสะอาด

ใจเราศรัทธา พลาดไปบ้าง เทวดา เจ้าป่า เจ้าเขาท่านคงอนุโลมให้บ้างแหละ ตอนแรกว่าจะมาเปิด Google หารีวิวเรื่องการขึ้นเขา ไปไหว้รอยพระพุทธบาท แต่คิดอีกที

สู้ให้เจ๊เค้าเล่าให้ฟัง น่าจะสนุกกว่า เลยถามต่อ ไปยากไหมอะ จากที่ฟังแล้ว ดูเหมือนห่างไกลความเจริญจัง เจ๊แกมองหน้าเรา เหมือนเอือม ๆ เออ ข้าจะเล่าให้ฟัง

อยากไป ต้องทำใจ คำว่า เหนื่อย ห้ามคิดถึง คนโบราณเขาบอกว่า ยิ่งคิดว่าเหนื่อย มันจะเหนื่อยตลอดการเดินทาง ไปไหว้พระเอ็งต้องทำจิตใจให้เบิกบาน เอ็งจะไปยังไง

ทางขึ้นเขาคิชฌกูฏ

นั่งรถตู้จากอนุสาวรีย์ไปรึ หรือยังไง  หนูเหมารถตู้กันไปจ้าเลยเจ๊ เออ แบบนั้นดี สะดวกหน่อย อย่างน้อยไปถึงทางขึ้นเขา จากกรุงเทพฯ ไปจนถึง เขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี

ตอนที่ข้านั่งรถไปกับแฟน ใช้ถนนสุขุมวิท มาถึงจังหวัดจันทบุรี ไปถึงสี่แยกเขาไร่ยา แล้วเลี้ยวซ้าย ไปตามถนนหมายเลข 3249 คนขับรถตู้พาเอ็งไป เขารู้แหละ พวกนี้พาทัวร์

ไปหลายทัวร์แล้ว ตอนนั้นข้าใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงนะ จะถึงอุทยานแห่งชาติ เขาคิชฌกูฏ เอ็งต้องไปหาที่จอดรถ ใกล้ ๆ ที่เขาเปิดขายตั๋วรถ ที่จะขึ้นเขา แต่ตัวข้านี่

เดินจากตีนเขาตรงสันเขื่อน  เดินผ่านป่าไปเรื่อย ๆ เอ็งเชื่อไหม โคตรมืดเลยแต่โชคดีนะ วันที่ข้าไปมีคนเดินขึ้นเขาเยอะมาก มีเพื่อนเดินไปตลอดทาง พวกคนแก่เดินพนมมือ

สวดมนต์กันไปตลอดทาง ถ้าเอ็งเดินไม่ไหว เอ็งขึ้นรถกระบะ มันจะเหมือนแบบ ยังไงดีล่ะ ข้าอธิบายไม่ถูก เอ็งไปดูบรรยากาศเอาเองละกัน เดินไป เดินไป ก็ขึ้นเขาไปเรื่อย ๆ

สุดทางบน เขาคิชฌกูฏ จะมีที่ให้ ผูกผ้าแดง แล้วเอ็งขอพรได้ 1 ข้อ ขอแค่ข้อเดียวนะเว้ย ขอหลายข้อ จะไม่ได้ซักข้อ จบ !!!!! หือ อ้าวเจ๊ แล้วระหว่างทางละ เจออะไรบ้าง

ไม่เห็นเล่าเลย เอ็งจะให้ข้าเห็นอะไร มืดสนิท เห็นแต่ไฟรถสวนไปสวนมา หน้าตัวเองยังจะมองไม่เห็นเลย มันอยู่ในป่านะเว้ย เข้าใจฟิวเดินป่าไหม พอแล้ว เลิกเล่า

 อย่าลืมนะ ผูกผ้าแดง ขอพรได้แค่ 1 ข้อเท่านั้น สรุปแล้ว อุมาต้องไปหาข้อมูลเพิ่ม หลังจากท่องเวบอยู่พักใหญ่ ๆ ได้ความว่า อุทยานแห่งชาติ เขาคิชฌกูฏ

สุดเขตแดนบุญ

อยู่ที่จังหวัดจันทบุรี สภาพของอุทยาน ยังคงความสมบูรณ์ของป่าไม้เป็นอย่างมาก ออกแนวป่าดงดิบเลยทีเดียว อันนี้ดูจากรูปภาพนะ มีทั้งป่าดิบชื้น ป่าไม้ผลัดใบ สมุนไพรมี

อย่างว่าเน๊อะ ขึ้นชื่อว่าเป็นอุทธยาน แถมยังมีไม้กฤษณาอีกด้วย พวกสัตว์ป่ายังมีเยอะอยู่  เสือ หมี กวาง เก้ง กระทิง เลียงผา แล้วไหนจะสารพัดพันธุ์นก เป็นที่สัตว์ป่าชุกชุม

เพราะที่ เขาคิชฌกูฏ ไม่ได้เปิดให้ขึ้นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่มีช่วงของการเปิดและปิดเขา ดังนั้นป่าที่นี่จึงสมบูรณ์มากเลยทีเดียว พอเรารู้ถึงเรื่องสภาพแวดล้อมของทางขึ้นเขา

ที่เจ๊แกเล่าว่า แกเดินขึ้นเขาแบบ By foot   คิดในใจสภาพแบบนี้ กลัวเจอเสือ เจอกระทิง ถ้าออกมา อินี่คงกลั้นใจตาย สลบตรงนั้นแน่ ๆ ยังไง คงต้องนั่งรถกระบะ

เพราะงั้นคีย์ลง Google ไปเลย ค่ารถ ขึ้นเขาพระบาท ได้ข้อมูลมาว่า ค่าใช้จ่าย ส่วนที่ 1 ที่เราต้องเสีย คือ ค่าเข้า อุทยานแห่งชาติ เขาคิชฌกูฏ คนไทย เด็ก 10 บาท

ผู้ใหญ่ 20 บาท สำหรับฝรั่ง ต่างชาติ เด็ก 50 บาท ผู้ใหญ่ 100 บาท มีรถให้เลือกขึ้น 2 จุด ต้องจำไว้ แล้วเดี๋ยวจะต้องโทรคุยกับรถตู้ ถามเขาอีกที จะขึ้นที่ไหนดี จุดแรก

ขึ้นที่วัดพลวง เป็นจุด ที่คนมาเลือกใช้บริการมากที่สุด แต่ต้องนั่งรถ 2 ต่อ ต่อละ 50 บาท เพราะฉะนั้น ไป – กลับ ค่าใช้จ่ายที่จุดนี้ 200 บาท ต่อ 1 หัว นั่นเอง ในจุดที่ 2 คือ

จุดที่วัดกะทิง  ที่คิวรถนี้ เป็นรถต่อเดียว เสีย 200 บาท ทีเดียว เหมาทั้งขึ้นและลง ได้ข้อมูลมาแล้ว ถ้าให้เลือก เลือกนั่งยาว ๆ นั่งต่อเดียว ดีกว่าไหม ไม่ต้องขึ้น ๆ ลง ๆ

ต่อรถ  ดูท่าจะสบายกว่า ว่าแล้วอุมาโทรไปหาพี่รถตู้ ที่ติดต่อไว้ พี่แกบอกว่า น้องครับ พี่แนะนำไปขึ้นที่วัดพลวงเถอะ 2 ต่อก็จริง แต่รถเยอะกว่า แต่เอาที่น้องสะดวก

เขาคิชฌกูฏ

ถึงแม้จะเป็นวัดพลวงนะน้อง ถ้าโชคดีไปถึงได้ขึ้นรถเลย แต่ถ้าไปเจอทัวร์ลง 2 – 3 ชั่วโมง เป็นอย่างต่ำ แต่ปกติช่วงพีค ๆ รอกันเป็นครึ่งค่อนวัน มิน่าล่ะ เจ๊แกถึงเดิน

อาจจะเดินถึงไวกว่า ถ้าเรายืนรอรถอยู่ที่วัดเฉย ๆ  นั่งคิดคนเดียว ถ้าจะไปน่าจะไปในวันธรรมดา ไม่ควรไปช่วงเสาร์ – อาทิตย์ และไม่เหมาะอย่างยิ่ง ที่จะไปในช่วงวันหยุดยาว

อาจจะมีทัวร์นักแสวงบุญเยอะกว่าปกติ ต้องดูตารางวันก่อน จะเอายังไงวันไหนดี แต่ด้วยสภาพงาน ไม่สามารถลาหยุดไปในวันธรรมดาได้ เพราะว่า 10 คน ถ้าหยุดงานพร้อมกัน

สงสัยเจ้านายคงเชิญออกทั้งคณะ ขอเวลาปรึกษากันอีกที อย่างน้อย ๆ วันนี้เราทำให้หลาย ๆ คน ที่ยังไม่เคยเดินทางไป เขาคิชฌกูฏ ได้รู้ว่า การที่จะไปดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์

ควรสำรวมทุกขณะ เพราะเรากำลังจะเดินทางไปวัด ไปไหว้รอยพระบาท เราไม่ได้ไปเที่ยวตามสถานที่เที่ยวปกติ ถ้าไม่สำรวม เฮฮาพาโวย เสียงดัง ไม่เคารพสถานที่

อาจจะเจอ กับเหตุการณ์ที่เจ๊เล่ามาให้ฟังได้นะ สำหรับเราคิดว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต คงต้องมีซัก 1 ครั้ง ที่จะเดินทางไป เขาคิชฌกูฏ นมัสการรอยพระพุทธบาท ที่ 1 ปี เขาจะเปิดให้ขึ้นเพียง 1 หน เท่านั้น

เตรียมพร้อมกันนะ เดี๋ยวอุมาจะมาเล่าให้ฟังต่อ ว่าวันที่ไปขึ้นเขากับเพื่อน ๆ เป็นอย่างไรบ้าง ขอบคุณทุกคน ที่อ่านจนจบ อย่าลืมนะ ทุก ๆ การเดินทาง มีความทรงจำที่ดี ๆ

ฝากกดแชร์บทความแล้วอย่าลืม กดติดตามพวกเราได้ในเพจ สายชิลล์พาเที่ยว แล้วแวะมาเที่ยวกับพวกเราได้นะ ยินดีต้อนรับ สู่บ้านชิลล์แก๊งค์นะทุกคน