Latestตำนานหลอน

ครูเล่าผี มีอยู่ว่า 3

ก่อนจะเริ่ม ครูเล่าผี มีอยู่ว่า 3 ขอเตือนเบา ๆ ว่าเนื้อหาต่อจากนี้มีเรื่องเหนือธรรมชาติและเหตุการณ์ชวนขนลุกอยู่บ้าง ใครอ่านตอนกลางคืน

เปิดไฟไว้หน่อยก็ดีนะบางเรื่องในชีวิตเราไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วจบ แต่มันค่อย ๆ เกิดขึ้น แทรกตัวอยู่ในช่วงเวลาหลายปี

จนเราเริ่มตั้งคำถามว่า สิ่งที่เห็นหรือได้ยินนั้น เป็นเรื่องบังเอิญ เป็นคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ หรือเป็นอะไรบางอย่างที่เราไม่อาจอธิบายได้กันแน่

เรื่องที่ฉันกำลังจะเล่าต่อไปนี้ เกิดขึ้นในบ้านของฉันเอง สถานที่ที่ควรจะคุ้นเคยและปลอดภัยที่สุด แต่กลับเต็มไปด้วยเหตุการณ์เล็ก ๆ ที่ทำให้ต้องหันกลับไปมองซ้ำ

แล้วถามเบา ๆ ในใจว่า “จริง ๆ แล้ว… ใครกันแน่ที่อยู่ในบ้านหลังนี้”

บางครั้งบ้านที่เราอยู่มานาน ไม่ได้หมายความว่าเรารู้จักมันทุกมุม และบางคืน… มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนมีใครบางคน รู้จักบ้านหลังนี้ดีกว่าเราเสียอีก

 

หญิงสาวผมมัด สวมเสื้อสีชมพู ยืนอยู่หน้าตึกแถว 3 ชั้นตอนกลางคืน อาคารรอบข้างปิดไฟมืด มีเพียงบ้านเธอที่เปิดไฟสลัว บรรยากาศเงียบ วังเวง ถนนเปียกสะท้อนแสง, ครูเล่าผี มีอยู่ว่า 3

ครูเล่าผี มีอยู่ว่า 3 :ใครในบ้าน

จะว่าไป เรื่องนี้มันเกิดขึ้นกินระยะเวลานานถึงประมาณ 4–5 ปีเลยทีเดียว เพียงแต่ไม่มีใครพูดถึง ทำเหมือนทุกอย่างปกติ ทั้งที่เหตุการณ์มันประหลาดอยู่ไม่น้อย

“ก็เหมือนลมตดแหละ ได้กลิ่น ได้ยินเสียง แต่ไม่เห็นตัว (555)”

ย้อนกลับไปประมาณ 15–16 ปีก่อน ฉันจำปีแน่นอนไม่ได้ แต่จำภาพเหตุการณ์ได้ติดหัว ช่วงนั้นเรื่องแปลก ๆ เกิดขึ้นบ่อย บ้านเราก็พยายามใช้เหตุผลแบบวิทยาศาสตร์อธิบายทุกอย่าง

แต่บางอย่างมันก็เกินจะอธิบายจริง ๆ หรือบางที… เราอาจคิดไปเองก็ได้ ผู้อ่านใช้วิจารณญาณกันนะ

ก่อนอื่น ขอเล่าลักษณะบ้านให้เห็นภาพก่อน บ้านฉันเป็นอาคารพาณิชย์ 3 ชั้น

ชั้นล่าง — ห้องรับแขก โต๊ะกินข้าว

ชั้น 2 — ห้องนอน 2 ห้อง มีพื้นที่โถงกลางกว้าง ๆ

ชั้น 3 — ห้องพระ ห้องพี่ชาย และด้านหลังเปิดออกเป็นลานโล่ง outdoor พร้อมห้องอาบน้ำเล็ก ๆ

ช่วงเวลานั้น บ้านหลังนี้มีเราอยู่กัน 4 คน — พ่อ แม่ พี่ชาย และฉัน บ้านตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ฝั่งรอยต่อชานเมือง ซึ่งขับออกไปไม่เกิน 10 กิโลเมตรก็เข้าสู่นครปฐมแล้ว

เป็นย่านที่ยังไม่พลุกพล่านเท่าทุกวันนี้ บรรยากาศค่อนข้างเงียบ โดยเฉพาะในตอนกลางคืน เสียงจะเงียบมาก
เงียบจนได้ยินเสียงฝีเท้าตัวเองชัดกว่าปกติ และบางคืน… ก็มีเสียงอื่นปะปนเข้ามา ทั้งที่ไม่มีใครเดิน

หญิงสาวยืนบนบันไดในบ้านยามค่ำ มองขึ้นไปยังชั้นสองที่มืดสลัว ด้านล่างมีแสงไฟจากทีวีและโซฟา บรรยากาศหลอนเชิงจิตวิทยา

เหตุการณ์ที่ 1 — เพลงจากชั้นสาม

คืนหนึ่งประมาณสามทุ่ม พี่ชายออกไปเที่ยว พ่อแม่ยังไม่กลับจากตลาดสนามหลวง 2 ทั้งบ้านมีแค่ฉันคนเดียว นอนเล่นดูหนังอยู่ชั้นล่าง

จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากชั้น 3 ฉันยังคิดเลย “โห พี่อารมณ์ดี เปิดเพลงลั่นบ้าน สงสัยมีนัดสาวแน่คืนนี้” แต่พอคิดจบ… เสียงเพลงก็ดับไปทันที

ฉันเลยคิดว่าพี่คงลงมาแล้ว กะจะล้อซะหน่อย แต่ดันปวดฉี่ เลยไปห้องน้ำก่อน ออกมา… เอ๊า ! พี่ก็ยังไม่ลงมาฉันเดินขึ้นไปถึงหน้าบันไดชั้น 2

ไฟโถงกลางมืดสนิท — ซึ่งปกติถ้าพี่อยู่บ้านจะเปิดไฟไว้เสมอ ขนลุกซู่ทันที รีบวิ่งลงมา เปิดไฟทั้งบ้าน มือสั่น โทรหาพี่ชาย “อยู่ไหน !”

คำตอบคือ “อยู่บ้านเพื่อน มีอะไรเปล่า” ฉันวางสายทันที

แล้วโทรหาพ่อแม่แทน “เมื่อไหร่จะกลับ หนูหิวแล้ว” (ฟอร์มจัด ไม่กล้าบอกว่ากลัวผี) แม่บอกอยู่หน้าปากซอยฉันรีบไปเปิดประตูรอเลย

หลังจากนั้น เสียงเพลงแบบนี้เกิดขึ้นอีกหลายครั้ง แต่เฉพาะเวลาฉันอยู่บ้านคนเดียวเท่านั้น ถ้ามีคนอื่นอยู่ — ไม่เคยเกิดเลย แปลกมั้ยล่ะ…

“เหมือนเสียงนั้น เลือกให้ได้ยิน เฉพาะตอนที่ฉันอยู่คนเดียว”

เพลงที่ได้ยินนั้น ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพลงอะไรเลย ได้ยินเพียงเสียงดนตรีดังมาก ๆ เป็นทำนองที่ไม่คุ้นหู และมันดังอยู่ไม่ถึงสิบวินาที

ประมาณว่าแค่ได้ยินแล้วเริ่มเอะใจว่า — ข้างบนไม่มีใครอยู่ เสียงนั้นก็หายไปทันที ความเงียบหลังจากนั้น
เงียบผิดปกติ เหมือนทั้งบ้านหยุดหายใจไปพร้อมกัน

ครั้งแรกที่เจอ ฉันกลัวมาก กลัวอยู่หลายวันเลยทีเดียว หลังจากนั้นเหตุการณ์ก็เงียบไปเกือบครึ่งเดือน พอเริ่มลืม ๆ และไม่ค่อยกลัวแล้ว เสียงนั้นก็กลับมาอีก

ครั้งที่สอง ฉันเริ่มตั้งสติได้ และตั้งแต่ครั้งที่สามเป็นต้นไป ฉันแทบไม่รู้สึกกลัวอีกเลย เพราะคิดเสียว่า — สิ่งที่เราไม่เห็นตัวนั้น อาจแค่อยากบอกให้รู้ว่า ถึงจะมองไม่เห็น แต่ฉันมีอยู่นะเฟ้ย

ผู้ชายสะดุ้งตื่นกลางดึกในห้องมืด กุมหน้าอกด้วยความตกใจ มีผู้หญิงตื่นขึ้นมาข้าง ๆ ใต้แสงจันทร์จากหน้าต่าง

เหตุการณ์ที่ 2 — ความฝันที่น่ากลัว

เหตุการณ์ต่อไปนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับฉันโดยตรง แต่เกิดกับแฟนของฉัน ขณะที่ฉันอยู่ข้าง ๆ และทั้งหมดก็เกิดขึ้นภายในบ้านของฉันเอง

คืนหนึ่งแฟนมาค้างที่บ้าน ห้องฉันอยู่ชั้น 2 ฝั่งหลัง เป็นห้องนอนเล็ก หลังจากกินข้าว ดูละครช่อง 7 จบ เราก็ขึ้นนอน แฟนที่เพิ่งเดินทางไกลมา หลับทันที

ฉันยังเล่นมือถืออยู่ จู่ ๆ เขาสะดุ้งผวาลุกขึ้นนั่ง เหงื่อแตกทั้งตัว ทั้งที่คืนนั้นอากาศหนาวมาก ฉันตกใจ รีบกอดถามว่าเป็นอะไร

เขาบอกว่า หายใจไม่ออก เหมือนกำลังจะตาย เห็นเด็กกระโดดลงมาจากเพดาน แล้วมานั่งทับหน้าอก น้ำเสียงเขาไม่ได้เล่าแบบคนเพิ่งฝัน

แต่มันคือเสียงของคนที่ยังรู้สึกว่ามันเกิดขึ้นจริง ดวงตายังมองไปที่เพดาน เหมือนกลัวว่าจะเห็นอะไรอีกครั้ง

…อ๋อ นี่แหละที่เรียก “ผีอำ” ซินะ บางคนอาจอธิบายว่าอาการแบบนี้คือ “sleep paralysis” ภาวะที่ร่างกายยังหลับ แต่สมองตื่นแล้ว ทำให้รู้สึกหายใจไม่ออก หรือเห็นภาพหลอน

แต่ไม่ว่าจะเรียกมันว่าอะไร สำหรับคนที่เจอจริง ๆ ความกลัวนั้น… ก็ยังจริงอยู่ดี แฟนกลัวมาก คืนนั้นนอนไม่หลับเลย ฉันเงยหน้ามองเพดานตามเขาอยู่พักหนึ่ง แม้จะไม่เห็นอะไร

ฉันชวนลงไปนอนข้างล่าง เพื่อความสบายใจ ซึ่งมีหิ้งพระอยู่ เขารีบลงไปทันทีและหลับไปด้วยความเพลีย

คำถามที่ยังค้างอยู่ในหัวฉันจนถึงวันนี้คือ เด็กที่กระโดดลงมาทับหน้าอกแฟนฉันคนนั้น… เป็นใครกันแน่ และเขาใช่เด็กคนเดียวกันกับที่เหมือนจะมาเปิดเพลงในห้องพี่ชายหรือเปล่า

ทั้งที่บ้านหลังนี้เป็นบ้านมือหนึ่ง ไม่เคยมีใครเสียชีวิตในบ้าน หรือว่า… สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นเพียงภาพในหัวของเขาเท่านั้น

“ไม่มีคำตอบหรอก สำหรับเรื่องนี้”

Dimly lit bedroom seen through a slightly open door, warm yellow light revealing a bed with a few plush toys and a curtain moving gently, creating an eerie atmosphere.

ครูเล่าผี มีอยู่ว่า 3 — ประตูที่เปิด–ปิดเอง

ห้องนอนของฉัน ประตูมักจะเปิด–ปิดเองอยู่เสมอ ตอนแรกก็คิดแบบมีเหตุผลนะ น่าจะเพราะลูกบิดไม่ดี ต้องดึงให้แน่น ๆ

ยิ่งห้องอยู่ด้านหลัง เวลาพายุเข้าหรือหน้าฝน ลมพัดแรง ประตูถูกลมตีเปิดเองก็เกิดขึ้นได้ ฉันก็เชื่อแบบนั้นมาตลอด

หลัง ๆ ถึงขั้นลองปิดล็อกแน่น ๆ เอาตัวกระแทกประตูหลายครั้ง ลองดูว่ามันจะหลุดหรือเด้งออกไหม แต่ไม่หลุดถึงอย่างนั้น… มันก็ยังเปิดเองอยู่ดี

แม้จะไม่ได้เกิดบ่อยมากก็ตาม (แต่ก็บ่อยแหละ) จนกระทั่งวันแต่งงานของฉัน เช้าวันนั้น น้องที่ทำงานมาช่วยแต่งหน้าแต่เช้า

น้องเป็นคนมีเซ้นส์ — และเลี้ยงกุมาร มีกุมารติดตามอยู่ เรานั่งแต่งหน้ากันในห้องนอน ประตูปิดสนิท จู่ ๆ
ประตูก็เปิดออกทันที

ไม่มีเสียงลูกบิดหมุน ไม่มีเสียงลม แค่บานประตูค่อย ๆ ขยับ เหมือนมีมือที่มองไม่เห็นผลักมันออกมา ตอนนั้นในห้องเปิดไฟสว่างทั่วทั้งห้อง

เมื่อประตูค่อย ๆ เปิดออก ฉันกลับมองเป็นเรื่องปกติ เพราะเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง และฉันเองก็คงเริ่มมีภูมิต้านทานต่อสิ่งลี้ลับในบ้านหลังนี้ไปแล้ว

ส่วนน้องที่มาช่วยแต่งหน้า มีสีหน้าตกใจเล็กน้อย คิ้วย่นขึ้นทันที แล้วหันมาถามฉันว่า “เกิดขึ้นบ่อยเหรอพี่” ฉันตอบกลับไปสั้น ๆ ว่า “เป็นประจำ”

ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนมีใครสักคน เปิดประตู — ยื่นหน้ามาดู เหมือนสำรวจว่าใครอยู่ในห้อง พอเห็นว่าเป็นฉัน
ประตูบานนั้นก็ปิดลง เหมือนสำรวจว่าใครอยู่ในห้อง

แปลกนะ ฉันไม่กลัว ฉันพูดออกไปเฉย ๆ “ไม่มีอะไรนะ นี่พี่อัญ มาช่วยแต่งหน้าให้” น้องก็พูดขึ้นว่า “เป็นเด็กนะพี่ แวะมาดูหน้าหนู กุมารบอกแบบนั้น” ฉันก็ได้แต่ยิ้ม ไม่ตอบอะไร ปล่อยให้เรื่องผ่านไป

สิ่งที่น่าประหลาดคือ ประตูไม่ได้แค่เปิดเอง แต่มันปิดให้ด้วย เหมือนมีคนเดินเข้ามา แล้วปิดตามหลัง ฉันเลยคิดเล่น ๆ ว่า อาจจะมีเด็กมาเล่นตุ๊กตาในห้องฉันก็ได้

แต่เหมือนเขาไม่ได้อยู่ “กับฉัน” แค่แวะผ่านมา หรือบางที เราอาจเป็นฝ่ายที่อยู่ในเส้นทางของเขา โดยไม่รู้ตัวก็ได้ และนั่นคงเป็นเหตุผลที่ฉันไม่เคยกลัว ที่จะนอนในห้องของตัวเอง

ผู้หญิงยืนมองบันไดมืดในบ้านยามค่ำคืน มีแสงไฟสลัวจากชั้นบน บรรยากาศเงียบวังเวงแนวหลอนเชิงจิตวิทยา, ครูเล่าผี มีอยู่ว่า 3

สามเหตุการณ์นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของสิ่งที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ บางอย่างฉันอธิบายให้ตัวเองฟังได้ บางอย่างก็เลือกปล่อยผ่าน

เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น แต่ความจริงคือ — เรื่องราวมันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ยังมีเหตุการณ์อีกหลายครั้ง ที่เกิดขึ้นในช่วงปีต่อ ๆ มา

รายละเอียดไม่ได้ต่างจากนี้มากนัก แต่ความรู้สึก… ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนมีอยู่เหตุการณ์หนึ่ง ที่ทำให้ฉันไม่อาจมองทุกอย่าง เป็นเพียงเรื่องบังเอิญได้อีกต่อไป

ไว้เล่าต่อในตอนหน้า ถ้าคุณยังอยากฟัง ครูเล่าผี มีอยู่ว่า 4