อ้วนอยู่ แต่กำลังพยายาม #1
อ้วนอยู่ แต่กำลังพยายาม #1 ความพยายามในวันนี้ คือ ความพยายามในวันหน้า ต้องพยายามแค่ไหน ก็ต้องพยายามต่อไปนั่นแหละ
เช้า – เริ่มวันแบบไม่ค่อยได้เริ่ม วันนี้ขอสารภาพก่อนเลย ฉัน ไม่ได้คุมอาหาร ยังกินขนม ยังหิว และยังกินจุกจิกเหมือนเดิม มื้อเช้าแทบไม่มีอะไรจริงจัง
ไม่ค่อยกินข้าว กินแค่กาแฟดำกับน้ำเปล่าตอนนั้นก็คิดว่า “โอเคแหละ เดี๋ยวเที่ยงค่อยจัด”(ตรงนี้อาจเพิ่มความคิดตอนเช้า เช่น ตอนนั้นรู้สึกขยันหรือรีบยังไง)
เที่ยง – อิ่มเร็ว หิวไว ประมาณ 11 โมง ฉันไปกินข้าวกลางวันกับเพื่อน เลือกกินชาบู หมู ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา เต้าหู้ ครบ แต่ไม่กินข้าว
ตอนกินก็อิ่มนะ แต่อิ่มแบบ…อิ่มหลอกพอเข้าช่วงบ่ายเท่านั้นแหละ “หิวอีกแล้ว” ตอนนี้แหละที่ฉันเริ่มรู้สึกว่า
“เออ…น่าจะคิดผิด”
บ่าย – ร้านสะดวกซื้อคือกับดัก พอบ่าย ๆ ความหิวมันไม่มาเล่น ๆ ในหัวมีแต่คำว่า ขนมหวาน สุดท้ายก็แพ้เสียงในหัว สั่งของกินจากร้านสะดวกซื้อ
ขนมปังกระเทียมชีส 6 ชิ้น มะเขือเทศราชินี 1 กล่องพนักงานขี่รถมาส่งถึงที่ ตอนรับของคือรู้สึกผิดนะ
แต่ตอนกินคือหยุดไม่ได้จริง ๆ
ปากบอกจะลด แต่มือก็กดสั่งของไม่ยั้ง กินอิ่มแล้วยังมีน่ามาปลอบใจตัวเอง พรุ่งนี้ฉันจะเริ่มคุมอาหาร ฉันยังไม่ชื่อใจตัวเองเท่าไหร่เลย
และในใจก็เริ่มคิดว่า สงสัยต้องปรับแผนการกินใหม่จริง ๆ แล้วแหละ อาจจะต้องขยันกินน้ำให้เยอะขึ้น หรือกินของที่น่าจะอยู่ท้อง

อ้วนอยู่ แต่กำลังพยายาม #1 ออกกำลังกาย
เย็น – ทั้งที่ไม่ตั้งใจ แต่ก็ไปจริง ๆ วันนี้ฉันไม่ได้ตั้งใจจะไปเดินเลย เพราะกินมาเยอะ แต่สุดท้ายก็ลากตัวเองออกจากบ้านจนได้
ประมาณ 5 โมงเย็น ฉันมาเดินช้า ๆ ในสวนสาธารณะแถวบ้าน เดินไปเรื่อย ๆ รวมระยะทาง 2 กิโลเมตร ระหว่างเดินก็เปิดเรื่องผีฟังไปด้วย
พี่แจ๊คครับ…รายการนั้นนั่นแหละ ยังฟังไม่ทันจบเรื่อง เดินครบ 2 กิโลเมตรซะก่อน ระหว่างทาง – เดินไป เจ็บใจไป
เดินไปเรื่อย ๆ ก็เห็นแต่ คุณลุง คุณป้า คุณปู่ คุณย่า หรือแม้แต่คนที่น่าจะอายุพอ ๆ กับฉัน ทุกคนเดินผ่านฉันไปแบบ…ฉิวเลย
ในใจนี่คิดทันที “เฮ้ย ทำไมเดินกันไวขนาดนี้วะ นี่ก็ขายาวนะ ทำไมเดินไวไม่ได้เท่าคนอื่นเขา” ยิ่งพยายามเดินตามยิ่งอยากไล่ให้ทัน
ยิ่งโดนทิ้งห่าง ยิ่งเหนื่อย หายใจไม่ทัน แล้วก็หัวเราะให้ตัวเอง เมื่อก่อนฉันเคยวิ่งได้ตั้ง 5 กิโลเมตรแบบสบาย ๆทิ้งการออกกำลังกายไปนานก็งี้แหละ
สิ่งที่เห็นระหว่างทาง – แรงกระตุ้นแบบไม่ตั้งใจ เดินไปก็เหลือบไปเห็นลานเต้นแอโรบิค โอ้ว…มีแต่สาวสวย สว. ทั้งนั้นเลย แอบคิดในใจ
ทำไมวัยรุ่นไม่ค่อยมาเต้นนะ เราว่ามันก็ดูสนุกดี แต่เหตุผลที่ฉันไม่เต้น คือ เต้นไม่เป็น กลัวเต้นไม่ทัน กลัวเขินเดินต่อไปอีกหน่อย

เจอน้องหมา เจ้าของพามาปล่อยให้มันวิ่งออกกำลังกาย ตอนนั้นคือคิดเลย ขนาดหมายังออกกำลังกาย
ปู่ ย่า ลุง ป้า เขาสุขภาพดีกันทั้งนั้น
แล้วเราล่ะ…ทำไมจะไม่สู้ มองกลับมาที่ตัวเอง ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้อ้วนเท่านี้นะ ฉันเคยออกกำลังกาย คุมอาหาร น้ำหนักไม่เกิน 70 กิโลกรัม
แต่พอเจอความเครียด เรื่องงาน ฉันเริ่มขี้เกียจ ไม่อยากทำอะไร และกลับไปหาของหวาน น้ำหวานอีกครั้ง ปัจจุบัน น้ำหนักฉันอยู่ที่ 85 กิโลกรัมแบบพอดิบพอดี แต่ไม่เป็นไร ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป
ไม่หักโหม เมื่อก่อนฉันอยากสวย อยากผอม อยากมีซิกแพค แต่ตอนนี้ ขอแค่เดินแล้วไม่ปวดเข่า นั่งแล้วไม่โอดโอย ขอแค่สุขภาพดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ก็พอ
การที่เราตั้งความหวังไว้สูงเกินไป มันทำให้เราเหนื่อย และไม่อยากทำ แต่ถ้าตั้งเป้าหมายไว้ต่ำเกินไป ก็ไม่อยากทำเหมือนกัน ประหลานคนแท้ ตัวฉัน

ไหนว่าจะคุมอาหาร
ดึก – ปิดวันแบบเบา ๆ มื้อเย็นของฉัน… จริง ๆ เรียกว่ามื้อดึกดีกว่า เกือบสองทุ่มแล้ว หมูจุ่มแบบมินิ ทำกินที่บ้าน กินช้าเพราะ รอกินข้าวกับผู้ชายแหละ 😉
ตอนนี้เวลา 22.00 น. ฉันกินส้มไป 4 ลูก ดื่มน้ำไป 1 ขวด รู้สึกสบายใจขึ้นละ (ผลการกินส้ม 4 ลูก ฉันลุกฉี่ทั้งคืน ง่วงนอนสุด ๆ ไปเลย
จากนี้ฉันจะพยายามคุมอาหารให้มากขึ้น ไม่ตามใจปาก เพื่อสุขภาพของตัวฉันเอง เป็นกำลังใจให้เพื่อน ๆ ที่กำลังลดน้ำหนักเหมือนกันกับฉันนะ
และก็…ขอกำลังใจจากทุกคนด้วย สู้ต่อไป 💪

